ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โดย กองบรรณาธิการ The Daily Mu

ออฟฟิศซินโดรม อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และท่าบริหารที่ได้ผลจริง

ออฟฟิศซินโดรมจากนั่งทำงานนาน ทำให้ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง และตาล้า รู้จักอาการ สาเหตุ วิธีรักษา ท่าบริหาร 5 ท่า ปรับโต๊ะแบบเออร์กอนอมิก พร้อมสิทธิ์ประกันสังคม

ออฟฟิศซินโดรม อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และท่าบริหารที่ได้ผลจริง - สุขภาพกาย | The Daily Mu
ในบทความนี้ 9 หัวข้อกลับไปด้านบน
โฆษณา

ทำงานหน้าจอวันละ 8 ชั่วโมงติดต่อกันหลายปี ร่างกายไม่ได้ออกแบบมาเพื่อท่านั่งเดิม ๆ ตลอดวัน อาการตึงคอ บ่า ไหล่ หลัง ตาล้า หรือชาที่มือจึงค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว และกลายเป็นสิ่งที่คนทำงานรู้จักในชื่อ ออฟฟิศซินโดรม

บทความนี้จะพาคุณรู้จัก ออฟฟิศซินโดรม ตั้งแต่สาเหตุที่แท้จริง อาการที่ควรรู้จัก วิธีรักษาและท่าบริหารที่ทำได้ที่โต๊ะทำงาน ไปจนถึงสิทธิ์การรักษาที่คนทำงานถามถึงบ่อยที่สุด โดยเน้นการดูแลตัวเองที่ได้ผลจริงก่อนถึงมือแพทย์

⚠️ ข้อควรทราบสำคัญ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ อาการปวดเมื่อยบางแบบมีสาเหตุจากโรคที่ต้องรักษาเฉพาะทาง หากมีอาการชา อ่อนแรง ปวดร้าวรุนแรง หรือปวดเรื้อรังเกิน 2-4 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้อักเสบมารับประทานเองต่อเนื่อง เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร ไต และตีกับยาที่ใช้อยู่

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร ใครเสี่ยง

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือ กลุ่มอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและโครงร่างที่ไม่ได้เกิดจากโรคเดียว แต่สะสมจากการนั่งทำงานหรืออิริยาบถซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งจ้องจอโดยที่คอและหลังอยู่ในท่าเดิม อาการจึงมักเกิดกับหลายส่วนพร้อมกันมากกว่าจุดเดียว

กลุ่มที่เสี่ยงไม่ได้มีแค่พนักงานออฟฟิศ แต่รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่เรียนออนไลน์ พนักงานขับรถ เกมเมอร์ และคนที่ทำงานบ้านในท่าเดิมนาน ๆ ตัววัดง่าย ๆ คือ นั่งต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ สัปดาห์ละหลายวัน ติดต่อกันเป็นเดือน

ความรุนแรงของออฟฟิศซินโดรมแบ่งได้เป็น 3 ระดับ เพื่อให้เห็นภาพว่าตัวเองอยู่ตรงไหน

  • ระดับเริ่มต้น ตึงเมื่อยเฉพาะช่วงที่ทำงาน บรรเทาได้ด้วยการพักหรือเปลี่ยนท่า
  • ระดับปานกลาง ปวดต่อเนื่อง รบกวนสมาธิ การนอน หรือต้องกินยาแก้ปวดบ่อยขึ้น
  • ระดับรุนแรง มีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงจากเส้นประสาทถูกกดทับ ระดับนี้ต้องพบแพทย์โดยไม่รอ

ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่แค่เรื่องของโต๊ะทำงาน

หลายคนเข้าใจว่าต้องมีเก้าอี้ราคาแพงหรืออุปกรณ์ครบชุดจึงจะป้องกันได้ ความจริงคือปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ และการยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำ ส่วนอุปกรณ์ที่ดีเป็นเพียงตัวช่วยให้ท่านั่งถูกต้องขึ้นเท่านั้น จึงควรให้ความสำคัญกับการพักสั้น ๆ ระหว่างวันเสมอ

ออฟฟิศซินโดรมเกิดจากอะไร

สาเหตุของออฟฟิศซินโดรมเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ได้มาจากการนั่งผิดท่าเพียงอย่างเดียว

  • ท่านั่งเดิมนานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อบางกลุ่มทำงานหนักต่อเนื่อง ขณะที่อีกกลุ่มอ่อนแรงลง เป็นความไม่สมดุลที่สะสมจนกลายเป็นอาการปวด
  • จอและโต๊ะไม่พอดีกับร่างกาย จอเตี้ยเกินไปทำให้ก้มคอ จอสูงเกินไปทำให้เงยคอ หรือโต๊ะสูงเกินจนต้องยกไหล่ พิมพ์งาน
  • เก้าอี้ไม่รองรับ เก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิงรับหลังส่วนล่างหรือนั่งแล้วเท้าไม่ถึงพื้น ทำให้ร่างกายต้องเกร็งเพื่อพยุงตัวเองทั้งวัน
  • ความเครียดและความกังวล ทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่เกร็งค้างโดยไม่รู้ตัว ความเครียดสะสมก่อนนอนที่กระทบการนอนก็ทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้าลงเช่นกัน ตามที่อธิบายไว้ในบทความความเครียดสะสมก่อนนอน
  • ขาดการพักและขาดการเคลื่อนไหว การนั่งต่อเนื่องโดยไม่ลุกเลยตลอดครึ่งวัน ทำให้เลือดไหลเวียนช้าและกล้ามเนื้อไม่มีโอกาสคลายตัว
  • การเพ่งจอนานต่อเนื่อง ทำให้ตาล้า ตาแห้ง และปวดหัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการนี้ด้วย

การนอนหลับไม่พอจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อซ่อมแซมตัวเองได้แย่ลง และเพิ่มโอกาสปวดเรื้อรัง รายละเอียดอยู่ในบทความผลเสียของการนอนดึกและนอนน้อยของเรา

โฆษณา

อาการออฟฟิศซินโดรม + เช็กลิสต์ตัวเอง

อาการของออฟฟิศซินโดรมมักเริ่มจากความตึงเมื่อยที่ดูไม่รุนแรง แล้วค่อย ๆ ขยายเป็นหลายบริเวณ อาการที่พบบ่อยแบ่งตามส่วนของร่างกายได้ดังนี้

ส่วนร่างกายอาการที่พบบ่อยตัวช่วยเบื้องต้น
คอ บ่า ไหล่ตึง ปวดร้าว ปวดหัวท้ายทอยยืดกล้ามเนื้อ ปรับความสูงจอและเก้าอี้
หลังและเอวปวดหลังส่วนล่าง ตึงสะบักหนุนหลัง หมอนรองหลัง ลุกพักบ่อย
ตาตาล้า ตาแห้ง ตาพร่า ปวดหัวจากกล้ามเนื้อตาพักตาแบบ 20-20-20 ลดแสงจ้า
ข้อมือและนิ้วปวดข้อมือ ชามือ นิ้วล็อกที่วางข้อมือ พักทุกชั่วโมง
ขาและเท้าบวม ชา ตึงน่องลุกเดิน ยืดน่อง
ศีรษะปวดหัว เวียนหัว มึนงงตรวจท่านั่งและความเครียด

หากต้องการรู้ว่าตัวเองเข้าข่ายแค่ไหน ลองตอบคำถามต่อไปนี้

  • ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกตึงคอหรือบ่าจนต้องขยับบ่อย
  • นั่งทำงานประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วเริ่มปวด จนต้องเปลี่ยนท่าเรื่อย ๆ
  • ปวดหัวท้ายทอยหรือรู้สึกมึนหัวช่วงบ่ายเป็นประจำ
  • มีอาการชาหรือกำมือได้ไม่เต็มที่หลังพิมพ์งานนาน ๆ
  • อาการดีขึ้นชั่วคราวหลังพัก แต่กลับมาทันทีเมื่อนั่งต่อในท่าเดิม
  • อาการเป็นมานานเกิน 2 สัปดาห์และเริ่มถี่ขึ้น

ยิ่งตอบว่า “ใช่” มากข้อ ยิ่งควรเริ่มปรับท่านั่งและทำท่าบริหารให้เป็นกิจวัตร และถ้ามีข้อเกี่ยวกับอาการชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวลงแขนขา ควรพบแพทย์เพื่อประเมินก่อน

ปวดคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม

ปวดคอบ่าไหล่เป็นอาการอันดับต้น ๆ ที่คนทำงานเจอ และเป็นเหตุผลหลักที่คนหาข้อมูลเรื่องออฟฟิศซินโดรม จุดเริ่มต้นที่พบบ่อยคือ ศีรษะยื่นไปข้างหน้า เพราะจอหรือโทรศัพท์อยู่ในตำแหน่งที่ต้องก้มมอง ทุก ๆ เซนติเมตรที่ศีรษะยื่นไปข้างหน้า กล้ามเนื้อคอและบ่าต้องออกแรงรับน้ำหนักศีรษะมากขึ้นแบบทวีคูณ

อาการที่มักมาด้วยกันได้แก่ ปวดตื้อบริเวณบ่าและสะบัก ปวดหัวจากกล้ามเนื้อตึงท้ายทอย มึนหัว หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนปวดที่บ่า บางคนมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือชาที่นิ้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทอาจถูกรบกวนและไม่ควรนวดหรือดึงแรงด้วยตนเอง

สำหรับการบรรเทาเบื้องต้น ให้แยกก่อนว่าเป็นแบบไหน

  • กล้ามเนื้อตึงเกร็งเรื้อรัง (ไม่มีบวม ไม่มีอุบัติเหตุ) ใช้ ประคบร้อน 10-15 นาที หลังห่อด้วยผ้า จะช่วยให้เลือดไหลเวียนและกล้ามเนื้อคลายตัว
  • ปวดเฉียบพลันหรือมีบวม จากการยกของหรือบาดเจ็บ ให้ ประคบเย็น 10-15 นาที เพื่อลดการอักเสบใน 48 ชั่วโมงแรก

ไม่ควรประคบร้อนต่อเนื่องนานเกินหรือใช้ความร้อนสูง เพราะเสี่ยงผิวไหม้ และไม่ควรนวดกดจุดลึก ๆ บริเวณคอที่ปวดใหม่ ๆ ด้วยตนเอง เพราะอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบ

หลายคนถามว่าปวดคอบ่าไหล่ นวดตรงไหน จึงจะปลอดภัย คำตอบคือให้กดเฉพาะกล้ามเนื้อบ่าและสะบักด้วยนิ้วหรือลูกเทนนิสกับผนัง พร้อมหายใจช้า ๆ และกดค้างไว้ 20-30 วินาทีต่อจุด ไม่ควรกดลึกบริเวณคอด้านหน้าและด้านข้าง เพราะมีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญอยู่ และหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ปวดใหม่หรือปวดร้าวลงแขนโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

ออฟฟิศซินโดรมส่วนใหญ่ดูแลเองได้ แต่มีสัญญาณที่ต้องให้แพทย์ประเมินทันที เพราะอาจไม่ใช่อาการเมื่อยธรรมดา

  • ชา หรืออ่อนแรง ที่แขน ขา มือ หรือครึ่งซีกของร่างกาย เช่น หยิบของหลุดบ่อย เดินแล้วลากขา
  • ปวดร้าวลงแขนหรือลงขา ต่อเนื่อง หรือร้าวไปถึงปลายมือปลายเท้า
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ ร่วมกับชาบริเวณขาและหว่างขา — ควรพบแพทย์ฉุกเฉินทันที
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือปวดจนตื่นกลางดึก
  • มีไข้ น้ำหนักลด หรือมีก้อนผิดปกติ ร่วมกับอาการปวด
  • ไม่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ แม้ปรับท่านั่ง พัก และยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอแล้ว
  • ปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน หรือเวียนหัวจนทรงตัวไม่ได้
  • แน่นหน้าอกหรือหายใจไม่สะดวก ร่วมกับอาการปวด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง ควรพบแพทย์ฉุกเฉิน

เมื่อไปพบแพทย์ การตรวจวินิจฉัยออฟฟิศซินโดรม เริ่มจากประวัติการทำงานและลักษณะอาการ ร่วมกับการตรวจร่างกายและทดสอบการเคลื่อนไหวเป็นหลัก แพทย์จะสั่งเอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ หรือ MRI เพิ่มเติมเฉพาะเมื่อสงสัยสาเหตุอื่น เช่น โรคหมอนรองกระดูกคอ หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จึงไม่จำเป็นต้องตรวจหนักทุกครั้งหากยังไม่มีสัญญาณเตือน

กรณีฉุกเฉิน เช่น ชาร่วมกับกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ให้โทร 1669 ทันที และสำหรับความเครียดที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรัง สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม หายไหม กี่วันหาย และสิทธิ์ประกันสังคม

ข่าวดีคือออฟฟิศซินโดรมส่วนใหญ่ หายได้หรือดีขึ้นชัดเจน เมื่อแก้ที่ต้นเหตุอย่างต่อเนื่อง อาการระดับเริ่มต้นมักดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์หลังปรับท่านั่งและพักสั้นบ่อย ๆ ขณะที่อาการปานกลางอาจใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์หากทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย ส่วนอาการที่เป็นมานานเกิน 3 เดือนมักใช้เวลาหลายเดือนและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากพฤติกรรมเดิมกลับมา

แนวทางรักษาที่ได้ผลเรียงจากสิ่งที่ทำได้เองไปจนถึงการรักษากับผู้เชี่ยวชาญมีดังนี้

  • ปรับพฤติกรรมระหว่างวัน ลุกยืนหรือเดิน 2-3 นาทีทุก 30-60 นาที ตั้งเตือนไว้จะทำได้สม่ำเสมอกว่าการรอให้ปวดก่อน ซึ่งรายละเอียดการรับมือกับความเหนื่อยล้าสะสมมีอยู่ในบทความง่วงนอนตอนกลางวันของเรา
  • กายภาพบำบัด เป็นการรักษาหลักที่แพทย์แนะนำสำหรับอาการปานกลางถึงเรื้อรัง ช่วยลดปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว และสอนท่าออกกำลังกายที่ถูกกับอาการของแต่ละคน
  • ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ ใช้เพื่อบรรเทาชั่วคราวภายใต้การดูแลของแพทย์ ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์มีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไต ควรรับประทานหลังอาหารและไม่ใช้ต่อเนื่องเองหลายสัปดาห์ ส่วนยาคลายกล้ามเนื้ออาจทำให้ง่วงและต้องระวังเมื่อต้องขับรถ สำหรับคนที่กระเพาะไวอยู่แล้ว อาการจุกเสียดแน่นท้องจากความเครียดและวิธีดูแลมีอธิบายในบทความเครียดลงกระเพาะของเรา และหากมีแสบร้อนขึ้นคอหรือไอเรื้อรังหลังใช้ยาแก้ปวด ควรอ่านแนวทางในบทความกรดไหลย้อนของเราเพิ่มเติม
  • ฝังเข็มและนวดแผนไทย ช่วยลดปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้ในระยะสั้นถึงปานกลาง โดยทั่วไปประเมินผลหลัง 3-6 ครั้ง ควรทำร่วมกับการปรับท่าและออกกำลังกาย ไม่ใช่ใช้แทนกัน และควรเลือกผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน ด้านการนวดแผนไทยมีคำแนะนำของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ตรวจสอบได้
  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง ทั้งกล้ามเนื้อหลังส่วนบน แกนกลางลำตัว และสะโพก ช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำ ตามแนวทางกิจกรรมทางกายขององค์การอนามัยโลก

ใช้สิทธิ์ประกันสังคมและสิทธิ์การรักษาอย่างไร

คนทำงานส่วนใหญ่ถามว่า ออฟฟิศซินโดรมใช้ประกันสังคมได้ไหม คำตอบแบบทั่วไปคือ เริ่มจากการเข้ารับการตรวจที่ โรงพยาบาลตามสิทธิ์ ก่อน แล้วแพทย์จะประเมินว่าจำเป็นต้องกายภาพบำบัดหรือส่งต่อหรือไม่ โดยแต่ละสิทธิ์ (ประกันสังคม สิทธิ์ข้าราชการ หรือบัตรทอง) มีเกณฑ์และค่าใช้จ่ายต่างกัน บางกรณีต้องมีใบส่งตัวตามเงื่อนไขของแผน

สำหรับกรณีที่สงสัยว่าเกิดจากการทำงาน ควรแจ้งนายจ้างและปรึกษาโรงพยาบาลตามสิทธิ์ตั้งแต่แรก เพราะการเบิกจากกองทุนเงินทดแทนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่แพทย์และสำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยออฟฟิศซินโดรมทั่วไปมักไม่อยู่ในเกณฑ์โดยอัตโนมัติ แนะนำให้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลตามสิทธิ์โดยตรง หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330 และ สปส. 1506 ก่อนรับบริการทุกครั้ง

มุมยืดกล้ามเนื้อข้างหน้าต่างที่มีเสื่อ แท่งนวด และแสงธรรมชาติ ช่วยให้ร่างกายได้พักจากการนั่งติดต่อกัน

ท่าบริหารออฟฟิศซินโดรม 5 ท่า

ชุดท่าบริหารต่อไปนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ทำได้ที่โต๊ะทำงานโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เหมาะทั้งการบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ หลักการคือค้างท่านานพอให้กล้ามเนื้อคลายตัว แต่ไม่รู้สึกเจ็บ

  1. ท่าเก็บคาง นั่งหลังตรง มองไปข้างหน้า เลื่อนคางและท้ายทอยไปด้านหลังช้า ๆ เหมือนทำ “คางคู่” ค้าง 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง ช่วยลดท่าศีรษะยื่นไปข้างหน้า
  2. ยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง เอียงคอไปด้านหนึ่ง ใช้มือกดเบา ๆ ให้หูเข้าใกล้ไหล่ รู้สึกตึงที่ด้านข้างคอและบ่าแต่ไม่เจ็บ ค้าง 20-30 วินาที สลับข้าง ทำข้างละ 2 ครั้ง
  3. ยืดอกกับกรอบประตู ยืนที่กรอบประตู วางแขนสองข้างทำมุม 90 องศากับลำตัว ก้าวเท้าหนึ่งก้าวแล้วแอ่นอกไปข้างหน้าช้า ๆ ค้าง 20-30 วินาที ช่วยคลายอกและไหล่ที่ห่อจากการพิมพ์งาน
  4. ยืดหลังส่วนบนกับพนักเก้าอี้ นั่งชิดพนักเก้าอี้ มือประสานท้ายทอย แอ่นหลังไปกับพนักเก้าอี้ช้า ๆ 8-10 ครั้ง โดยไม่เงยหน้าเกินสบาย ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนอก
  5. ยืดข้อมือและแขน เหยียดแขนไปข้างหน้า หงายฝ่ามือขึ้น ใช้มืออีกข้างดึงนิ้วเข้าหาตัว ค้าง 20-30 วินาที สลับข้าง ช่วยลดการเกร็งของแขนและข้อมือจากการพิมพ์

ทำทุก 1-2 ชั่วโมง โดยตั้งเตือนไว้ในปฏิทินจะช่วยให้ไม่ลืม หายใจเข้าออกช้า ๆ ระหว่างค้างท่า และหยุดทันทีหากรู้สึกเจ็บ ชา หรือเวียนหัวเพิ่มขึ้น

ปรับโต๊ะทำงานแบบเออร์กอนอมิก + ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

การจัดสถานีทำงานให้พอดีกับร่างกายเป็นพื้นฐานของการป้องกันออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผลในระยะยาว

  • จอภาพ ให้ขอบบนของจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ระยะห่างประมาณ 50-70 เซนติเมตร หากใช้แล็ปท็อปควรยกจอขึ้นและใช้คีย์บอร์ดแยก
  • ข้อศอกและข้อมือ ให้ข้อศอกทำมุมประมาณ 90 องศา ข้อมืออยู่ในแนวตรงกับแขน ไม่กระดกขึ้นลงเวลาพิมพ์
  • หลังและเท้า ให้หลังพิงพนักเก้าอี้โดยมีหมอนรองรับส่วนโค้งเอว เท้าวางเต็มพื้นหรือพักเท้าหากเก้าอี้สูงเกินไป
  • เก้าอี้ทำงานแบบไหนดี เลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงรับหลังส่วนล่าง ปรับความสูงได้ และมีที่วางแขนปรับระดับ เพื่อลดแรงเกร็งของคอและไหล่ระหว่างวัน
  • พักตาแบบ 20-20-20 ทุก ๆ 20 นาที มองไกล 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร นาน 20 วินาที
  • สลับยืนและเดิน หากใช้โต๊ะปรับความสูงได้ ให้สลับยืน-นั่งทุก 30-60 นาที แต่หากยืนนานเกินไปก็เกร็งหลังได้เช่นกัน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกคือออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยให้กล้ามเนื้อรับท่าทางได้ดีขึ้น
  • นอนหลับให้พอ เพราะกล้ามเนื้อซ่อมแซมตัวเองตอนหลับ ตามที่อธิบายไว้ในบทความนอนดึก นอนน้อย ผลเสียต่อร่างกายของเรา

สำหรับใครที่ปวดหรือสายตาล้าจนเริ่มมีอาการตากระตุก อาจเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อรอบตาล้าสะสม ควรอ่านเพิ่มเติมในบทความทำนายตากระตุกของเรา และหากต้องการจัดโต๊ะตามความเชื่อไทยเพื่อความสบายใจไปด้วย รายละเอียดอยู่ในฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ออฟฟิศซินโดรมคือโรคไหม?

A: ไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและโครงร่างที่เกิดจากท่านั่งทำงานซ้ำ ๆ โดยเฉพาะการนั่งจ้องจอเป็นเวลานาน วินิจฉัยได้จากประวัติและอาการเป็นหลัก ไม่ใช่จากการตรวจเลือดหรือเอกซเรย์เสมอไป แต่แพทย์จะตรวจเพื่อแยกโรคอื่นที่รุนแรงกว่าออกก่อนเมื่อมีสัญญาณเตือน

Q: ออฟฟิศซินโดรมมีกี่ระดับ?

A: แบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับ คือ ระดับเริ่มต้นจะตึงเมื่อย บรรเทาได้ด้วยการพักและเปลี่ยนท่า ระดับปานกลางปวดต่อเนื่องจนรบกวนงานหรือการนอนและต้องดูแลต่อเนื่อง และระดับรุนแรงที่มีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงจากเส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งระดับหลังต้องพบแพทย์ทันที

Q: ออฟฟิศซินโดรมหายเองได้ไหม?

A: ถ้าอาการอยู่ในระดับเริ่มต้นและยังไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรง การปรับท่านั่ง พักบ่อยขึ้น และยืดกล้ามเนื้อมักช่วยให้หายได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่ถ้าปล่อยให้เรื้อรังหรือมีอาการทางเส้นประสาทจะหายช้าลง กลับมาเป็นซ้ำง่าย และหายขาดได้ยากขึ้นหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรม

Q: รักษาออฟฟิศซินโดรมหายไหม กี่วันหาย?

A: ส่วนใหญ่หายหรือดีขึ้นชัดเจนภายใน 2-6 สัปดาห์เมื่อปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง อาการเรื้อรังที่มากกว่า 3 เดือนอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนและต้องแก้สาเหตุร่วม เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปัญหาหมอนรองกระดูก กายภาพบำบัดช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้ผลกว่าการนอนพักเฉย ๆ

Q: ออฟฟิศซินโดรมต้องผ่าตัดไหม?

A: โดยทั่วไปไม่ต้องผ่าตัด เพราะการรักษาหลักคือปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด และยาแก้ปวดเป็นช่วง ๆ การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่พบภาวะกดทับเส้นประสาทรุนแรง หมอนรองกระดูกแตกกดเส้นประสาท หรือมีอาการชาและอ่อนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง แพทย์จะประเมินเป็นรายกรณีและมักให้ลองรักษาแบบอื่นก่อนเสมอ

Q: ควรพบแพทย์แผนกไหน?

A: เริ่มจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือศัลยกรรมกระดูกตามความเหมาะสมของอาการ ทางเลือกที่เข้าถึงง่ายคือคลินิกกายภาพบำบัดหรือแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน หากร้านกายภาพอยู่ไกล แพทย์ทั่วไปสามารถประเมินเบื้องต้นและส่งต่อได้

Q: ออฟฟิศซินโดรมกินยาอะไรได้บ้าง?

A: ยาแก้ปวดที่ใช้บ่อยคือพาราเซตามอล และยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งควรรับประทานหลังอาหารและไม่ใช้ต่อเนื่องด้วยตนเอง เพราะมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไต ส่วนยาคลายกล้ามเนื้อเป็นยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์และอาจทำให้ง่วง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคกระเพาะ โรคไต ความดันโลหิตสูง หรือกำลังใช้ยาประจำอยู่

Q: ปวดคอบ่าไหล่เกิดจากอะไร?

A: สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคืองานที่ต้องก้มคอหรือยื่นศีรษะไปข้างหน้าต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้อต้นคอและบ่ากร็งตัว ขณะที่กล้ามเนื้อด้านหลังอ่อนแรงลง ภาวะความเครียดก็ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งขึ้น และหากปวดร้าวลงแขนร่วมกับชาหรืออ่อนแรง อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทซึ่งควรให้แพทย์ประเมิน

Q: ปวดคอบ่าไหล่ควรประคบร้อนหรือเย็น?

A: ถ้าเป็นกล้ามเนื้อตึงเกร็งจากงาน ให้ประคบร้อน 10-15 นาทีเพื่อคลายกล้ามเนื้อ แต่ถ้าเพิ่งบวมหรือปวดเฉียบพลันจากการอักเสบหรือการบาดเจ็บ ให้ประคบเย็น 10-15 นาทีเพื่อลดบวม ควรห่อผ้าก่อนประคบทุกครั้งและหลีกเลี่ยงความร้อนสูงที่ทำให้ผิวไหม้

Q: ท่าบริหารออฟฟิศซินโดรม ทำกี่ท่า บ่อยแค่ไหน?

A: ทำ 5 ท่าพื้นฐาน ได้แก่ ท่าเก็บคาง ยืดคอด้านข้าง ยืดอกกับกรอบประตู ยืดหลังกับพนักเก้าอี้ และยืดข้อมือ โดยค้างท่านละ 20-30 วินาที 2-3 เซ็ต ทำทุก 1-2 ชั่วโมงระหว่างทำงาน และไม่ฝืนหากรู้สึกเจ็บหรือชาเพิ่มขึ้น

Q: นั่งทำงานนานปวดหลังทำยังไง?

A: เริ่มจากหนุนหมอนรองหลังให้พนักพิงรับส่วนโค้งเอว วางเท้าให้เต็มพื้น อาจใช้ที่พักเท้าถ้าเก้าอี้สูงเกินไป และตั้งเตือนให้ลุกยืนหรือเดิน 2-3 นาทีทุก 30-60 นาที หากปวดร้าวลงขาหรือชาที่ขา ไม่ควรยืดหรือนวดแรงด้วยตนเองและควรพบแพทย์

Q: ควรนอนท่าไหนและใช้หมอนแบบไหน?

A: ท่านอนหงายหรือตะแคงที่คอและหลังอยู่ในแนวตรงเหมาะที่สุด หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำที่บิดคอ หมอนควรหนาพอให้คอขนานกับฟูก ไม่สูงหรือเตี้ยเกินไป ส่วนหมอนรองเข่าหรือหมอนข้างช่วยพยุงสะโพกเวลาตะแคงได้

Q: ฝังเข็มรักษาออฟฟิศซินโดรมกี่ครั้งหาย?

A: จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับอาการและผู้รักษา โดยทั่วไปมักประเมินผลหลัง 3-6 ครั้ง หลักฐานวิจัยพบว่าฝังเข็มช่วยลดปวดคอและไหล่เรื้อรังได้ในระยะสั้นถึงปานกลาง แต่ควรทำร่วมกับการปรับท่ากายภาพและท่าบริหาร ไม่ใช่แทนกัน และควรเลือกผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้มาตรฐาน

Q: นวดแผนไทยหรือออกกำลังกายช่วยให้หายไหม?

A: การนวดแผนไทยช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดปวดได้ชั่วคราว ส่วนการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีกว่าในระยะยาว งานวิจัยพบว่าการยืดกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายแบบมีแบบแผนสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ได้ผลยั่งยืนและคุ้มค่าที่สุด ควรทำควบคู่กับการปรับท่านั่ง โดยเริ่มจากท่าที่ไม่เจ็บและเพิ่มความหนักช้า ๆ

Q: ใช้สิทธิ์ประกันสังคมรักษาได้ไหม?

A: โดยทั่วไปเริ่มจากเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ แล้วแพทย์จะพิจารณาส่งต่อกายภาพบำบัดตามเกณฑ์ของแต่ละสิทธิ์ ทั้งนี้หลักเกณฑ์และค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามสิทธิ์และสถานพยาบาล ควรสอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ์โดยตรง หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330 และ สปส. 1506 เพื่อยืนยันก่อนรับบริการ

🔗 อ่านต่อ: นอนดึก นอนน้อย ผลเสียต่อร่างกาย · ง่วงนอนตอนกลางวัน เกิดจากอะไร · ทำนายตากระตุก · ความเครียดสะสมก่อนนอน · ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน

แหล่งอ้างอิง

  1. Neck Pain: Symptoms and Causes — Mayo Clinic (สหรัฐอเมริกา)
  2. Back Pain — NHS (สหราชอาณาจักร)
  3. Common Posture Mistakes and How to Fix Them — NHS (สหราชอาณาจักร)
  4. The Dangers of Sitting — Harvard Health Publishing (สหรัฐอเมริกา)
  5. Physical Activity — องค์การอนามัยโลก (WHO)
  6. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — กระทรวงสาธารณสุข
  7. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) — กระทรวงสาธารณสุข

แชร์บทความนี้

LINEFacebook
โฆษณา
KEEP READING

ยังมีเรื่องน่าอ่านอีก

อ่านสุขภาพกายทั้งหมด
โฆษณา

ค้นหาทั้งเว็บไซต์

พิมพ์คำค้นภาษาไทยได้เลย เช่น “งู”, “ฤกษ์แต่งงาน”, “สีมงคล”