นอนละเมอ ละเมอเดิน ละเมอพูด เกิดจากอะไร อันตรายไหม
นอนละเมอ ละเมอเดิน และละเมอพูด เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุ แบบไหนอันตราย ปลุกได้ไหม วิธีรับมืออย่างปลอดภัย การจัดบ้าน และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

คืนหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาในบ้าน ทั้งที่ทุกคนควรเข้านอนหมดแล้ว พอเดินไปดูก็พบว่าคนในบ้านกำลังยืนงง ๆ อยู่กลางห้อง หรือเดินไปทั่วโดยที่ตื่นขึ้นมาแล้วจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย ภาพแบบนี้คือ การนอนละเมอ ซึ่งหลายคนเคยเห็นจากคนใกล้ตัว หรือแม้แต่สงสัยว่าตัวเองก็เคยเป็น
การนอนละเมอไม่ใช่เรื่องลี้ลับและไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นภาวะที่สมองตื่นขึ้นมาแค่บางส่วนระหว่างหลับลึก บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า นอนละเมอ ละเมอเดิน และละเมอพูด เกิดจากอะไร แบบไหนที่ควรกังวล ปลุกคนละเมอควรทำหรือไม่ และจะดูแลบ้านให้ปลอดภัยได้อย่างไร โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานด้านสุขภาพที่เชื่อถือได้
⚠️ ข้อควรทราบสำคัญ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากคนในบ้านละเมอบ่อยขึ้น มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรือเริ่มละเมอครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์ด้านการนอน ห้ามปรับหรือหยุดยานอนหลับและยาประจำตัวด้วยตัวเอง และหากเกิดอุบัติเหตุหรือมีอาการชักระหว่างหลับ ให้โทร 1669 ทันที
นอนละเมอคืออะไร และต่างจากฝันร้ายอย่างไร
ในทางการแพทย์ การนอนละเมอจัดอยู่ในกลุ่ม ความผิดปกติของการนอนหลับที่เกิดจากการตื่นบางส่วน หรือที่เรียกว่า parasomnia ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ในช่วงกลางคืน การนอนจะหมุนเวียนเป็นรอบ ๆ ระหว่างช่วงหลับลึก ช่วงหลับตื้น และช่วงหลับฝัน การละเมอมักเกิดขึ้นตอนที่ร่างกายกำลังอยู่ใน ช่วงหลับลึก แต่มีบางส่วนของสมองถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมากะทันหัน ในขณะที่สมองส่วนที่ควบคุมสติและเหตุผลยังหลับอยู่ ผลลัพธ์คือร่างกายลุกขึ้นเดิน พูด หรือทำกิจกรรมได้ แต่ไม่มีการรับรู้และจำเหตุการณ์ได้
เกิดในช่วงหลับลึก ไม่ใช่ช่วงฝัน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าคนละเมอ “ทำตามความฝัน” แต่จริง ๆ แล้วการละเมอส่วนใหญ่เกิดในช่วงที่ยังไม่มีการฝัน หรือที่เรียกว่าช่วงหลับลึกแบบไม่กรอกตา สิ่งที่คนละเมอทำจึงมักเป็นกิจวัตรซ้ำ ๆ เช่น ลุกขึ้นนั่ง เดินไปห้องน้ำ หรือเปิดประตู มากกว่าการทำตามเนื้อเรื่องในฝัน
ด้วยเหตุนี้ การปลุกคนละเมอจึงไม่เหมือนการปลุกคนที่กำลังฝัน เพราะสมองกำลังอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน ไม่ได้ตื่นเต็มที่ การทำให้ตกใจหรือสับสนจึงเกิดขึ้นได้ง่าย
ทำไมเด็กนอนละเมอมากกว่าผู้ใหญ่
การละเมอพบบ่อยในเด็ก เพราะระบบประสาทที่ควบคุมการเปลี่ยนผ่านระหว่างหลับกับตื่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กที่ละเมอส่วนใหญ่มีสติปกติ พัฒนาการปกติ และอาการมักค่อย ๆ หายไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่างจากผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มละเมอ ซึ่งมักมีปัจจัยกระตุ้นที่ต้องหาสาเหตุชัดเจนกว่า
ละเมอเดินและละเมอพูด เกิดจากอะไร
สาเหตุของละเมอแทบไม่เคยมีแค่ข้อเดียว ส่วนใหญ่เป็นหลายปัจจัยซ้อนกัน และมักเกิดในช่วงที่การนอนถูกรบกวน
ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยได้แก่
- พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวเคยละเมอมีโอกาสเกิดอาการมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก
- อดนอนหรือตารางนอนไม่คงที่ รวมถึงการนอนดึกติดต่อกันหลายคืน เพราะช่วงหลับลึกจะรุนแรงขึ้นและตื่นบางส่วนได้ง่าย
- ความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้สมองตื่นตัวเกินไปและรบกวนการเปลี่ยนผ่านของวงจรการนอน
- ไข้หรือการเจ็บป่วยเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอาการเพ้อร่วมด้วย
- แอลกอฮอล์และยากล่อมประสาท ทั้งการดื่มให้หลับและยานอนหลับบางกลุ่ม ล้วนรบกวนวงจรการนอนและเพิ่มโอกาสละเมอ
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ทำให้ออกซิเจนลดลงเป็นช่วง ๆ และกระตุ้นการตื่นบางส่วนซ้ำ ๆ
การรู้ว่าปัจจัยของตัวเองคืออะไรมีประโยชน์ เพราะละเมอที่เกิดจากหนี้นอนหรือตารางนอนที่เพี้ยนมักดีขึ้นได้เองเมื่อแก้ที่การนอน ไม่ต้องรอให้รุนแรง
โรคและยาที่เกี่ยวข้อง
นอกจากปัจจัยข้างต้น แพทย์จะมองหาภาวะที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่มักมีเสียงกรนและสะดุดตื่นร่วมด้วย รายละเอียดอยู่ในบทความนอนกรนเสียงดังกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของเรา และโรคกลุ่มอื่น เช่น โรคขาอยู่ไม่สุข ภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง และโรคลมหลับที่ทำให้ง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน
ยาบางกลุ่มก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ยานอนหลับกลุ่มกล่อมประสาท ยารักษาโรคจิตเวชบางชนิด และการหยุดยาบางอย่างกะทันหัน ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดอาการถอนยาที่รุนแรงกว่าอาการละเมอ สำหรับภาพรวมความเสี่ยงของยาและสมุนไพร ดูเพิ่มเติมได้ที่ยานอนหลับ vs สมุนไพรนอนหลับของเรา
แบบไหนที่ถือว่าอันตราย
การละเมอนาน ๆ ครั้งและจบลงอย่างปลอดภัยมักไม่ต้องรักษา แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ พฤติกรรมระหว่างละเมอ เพราะคนที่ละเมอไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร บางรายลุกขึ้นเดินไปทั้งที่ตายังเปิดแต่ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
ตารางนี้ช่วยแยกสถานการณ์ที่ควรดูแลเองกับที่ควรปรึกษาแพทย์
| สิ่งที่เกิดขึ้น | ความหมายที่เป็นไปได้ | ควรทำ |
|---|---|---|
| ลุกขึ้นนั่ง พูดพึมพำ แล้วนอนต่อ | การตื่นบางส่วนทั่วไป | จัดการความปลอดภัยและติดตามอาการ |
| เดินไปทั่วบ้าน เปิดประตูหน้าต่าง | ละเมอเดินระดับซับซ้อน | ปิดประตูหน้าต่าง กั้นบันได และปรึกษาแพทย์หากเกิดซ้ำ |
| มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ทำอาหาร ขับรถ ถือของมีคม | ละเมอระดับอันตราย | พบแพทย์โดยเร็ว |
| ขยับเกร็งเป็นจังหวะ กัดลิ้น ปัสสาวะรด หรือสับสนนานหลังตื่น | อาจเป็นอาการชักระหว่างหลับ | พบแพทย์โดยเร็ว |
| ละเมอครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ | อาจมีสาเหตุทางสมองหรือการนอนซ่อนอยู่ | พบแพทย์เพื่อประเมิน |
สิ่งสำคัญคือ อย่ามองข้ามความปลอดภัยของคนอื่นในบ้าน เพราะบางครั้งคนที่ละเมออาจเดินไปหาคนอื่นหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ

ปลุกคนละเมอได้ไหม วิธีรับมืออย่างปลอดภัย
คำถามยอดนิยมที่สุดคือ “ปลุกคนละเมอได้ไหม” คำตอบคือ ทำได้แต่ไม่แนะนำให้ปลุกด้วยวิธีรุนแรง เพราะการปลุกกะทันหันอาจทำให้คนละเมอตกใจ สับสน หรือก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ควรทำคือเน้นความปลอดภัยและการพากลับเตียงอย่างนุ่มนวล
ขั้นตอนที่ปลอดภัยมี 4 ข้อ
- รักษาความสงบ ไม่ตะโกน ไม่เขย่าแรง และไม่โต้เถียงกับคนที่กำลังละเมอ เพราะสมองส่วนเหตุผลยังไม่ตื่นเต็มที่
- พูดด้วยเสียงนุ่มนวล เช่น “กลับไปนอนกันนะ” แล้วค่อย ๆ พาเขากลับไปที่เตียงโดยไม่ต้องสัมผัสตัวแรง ๆ
- เคลียร์เส้นทาง ถ้าเขากำลังเดินไปทางที่อันตราย เช่น บันไดหรือประตูหน้าบ้าน ให้เข้าไปขวางทางเบา ๆ แล้วนำไปยังพื้นที่ปลอดภัย
- รอให้กลับไปนอนต่อ คนส่วนใหญ่จะสงบลงและหลับต่อได้เอง ตอนเช้าไม่จำเป็นต้องเล่าเหตุการณ์ให้เขาตกใจ แต่ควรแจ้งให้ทราบเพื่อความปลอดภัยในคืนต่อไป
| ควรทำ | ห้ามทำ |
|---|---|
| พูดเบา ๆ และพากลับเตียง | ตะโกนเรียกหรือเขย่าตัวแรง ๆ |
| เคลียร์ทางเดินไปห้องน้ำ | จับแขนล็อกหรือบังคับรุนแรง |
| ปิดประตูหน้าต่างก่อนนอน | ใช้วิธีทดสอบหรือแกล้งเพื่อตรวจว่าละเมอจริงไหม |
| จดบันทึกเวลาและพฤติกรรมที่เกิด | เพิ่มขนาดยานอนหลับเองเพื่อให้หลับสนิท |
เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ต่างกันอย่างไร
การละเมอในแต่ละวัยมีนัยต่างกัน และมีแนวทางดูแลต่างกัน
เด็ก พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงอายุ 4-8 ปี และมักหายไปเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือจัดบ้านให้ปลอดภัย อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ควรดุหรือทำให้เด็กรู้สึกผิด ควรปรึกษากุมารแพทย์หากเกิดบ่อยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง
ผู้ใหญ่ ที่ยังละเมอเรื้อรังหรือเพิ่งเริ่มเป็น ควรหาปัจจัยกระตุ้นที่อาจแก้ได้ เช่น หนี้นอน ความเครียด แอลกอฮอล์ หรือยา และถ้ามีง่วงผิดปกติในเวลากลางวันร่วมด้วย ควรประเมินภาวะการนอนอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือโรคลมหลับ
ผู้สูงอายุ ที่เริ่มละเมอเป็นครั้งแรกถือเป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์เสมอ เพราะอาจสัมพันธ์กับโรคทางสมอง โรคระบบประสาท หรือยาที่ใช้อยู่หลายชนิด รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหวระหว่างการหลับฝัน
ป้องกันและลดความถี่ของละเมอ
เนื่องจากปัจจัยกระตุ้นส่วนใหญ่เกี่ยวกับการนอน การปรับกิจวัตรจึงเป็นวิธีที่ได้ผลกว่าและยั่งยืนกว่า สิ่งที่แนะนำคือ
- ตรึงเวลาตื่นให้คงที่ทุกวันรวมวันหยุด และนอนให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ
- งดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มคาเฟอีนก่อนนอน และหลีกเลี่ยงมื้อหนักในมื้อค่ำ
- ผ่อนคลายก่อนนอนด้วยกิจกรรมเบา ๆ เช่น อ่านหนังสือ อาบน้ำอุ่น หรือฝึกลมหายใจช้า ๆ
- ลดการใช้หน้าจออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และให้ห้องนอนมืดพอสำหรับการหลับ
- หากกำลังใช้ยานอนหลับหรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับขนาดยา และงีบหลับกลางวันแบบสั้นเพื่อไม่ให้เกิดหนี้นอนสะสม
นอกจากการดูแลการนอนแล้ว การ จัดบ้านให้ปลอดภัย คือหัวใจของการป้องกันอุบัติเหตุ ลองตรวจตามรายการนี้
| จุดเสี่ยง | วิธีป้องกัน |
|---|---|
| บันไดและระเบียง | ติดประตูกั้นบันได และปิดประตูระเบียงก่อนนอน |
| ประตูบ้านและหน้าต่าง | ใส่กลอนที่เปิดจากด้านในได้ยากขึ้น หรือติดเครื่องแจ้งเตือนเมื่อประตูเปิด |
| ของมีคมและของแตกง่าย | เก็บให้พ้นมือหรือล็อกตู้ไว้ |
| พื้นในห้องนอนและทางเดิน | ไม่วางของกีดขวาง ไม่ปูพรมที่ลื่นไถลง่าย |
| เตียงของเด็กที่ละเมอบ่อย | ใช้เตียงต่ำหรือที่นอนบนพื้นเพื่อลดการตกเตียง |
| ความมืด | ติดไฟกลางคืนแบบแสงอุ่นเป็นจุด ๆ เพื่อให้มองเห็นทางโดยไม่สว่างจ้า |
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
การละเมอส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษาด้วยยา และดีขึ้นได้เองเมื่อปัจจัยกระตุ้นหมดไป แต่มีสัญญาณที่ควรให้แพทย์ช่วยประเมิน
ควรพบแพทย์เมื่อ ละเมอบ่อยขึ้นกว่าเดิมหรือเกิดหลายครั้งต่อสัปดาห์ · มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ · ละเมอครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ · สงสัยว่ามีอาการชักระหว่างหลับ · ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน · หรือกังวลเรื่องการนอนจนกระทบชีวิตประจำวัน
แพทย์อาจสอบถามประวัติการนอนและใช้แบบประเมิน หรือในบางกรณีแนะนำให้ตรวจการนอนหลับ ซึ่งเป็นการวัดสัญญาณขณะนอนและไม่เจ็บ รายละเอียดของกระบวนการตรวจอยู่ในหัวข้อการตรวจการนอนหลับของบทความนอนกรนเสียงดังกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของเรา
ถ้ามีอาการหายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก หรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที และหากความกังวลเรื่องการนอนทำให้เครียดหรือนอนไม่หลับ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดปกติของพฤติกรรมขณะหลับ ดูได้ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และแนวทางการดูแลจากNHS
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: นอนละเมอเกิดจากอะไร?
A: การนอนละเมอเกิดจากการตื่นขึ้นมาบางส่วนจากช่วงหลับลึก โดยสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวตื่นขึ้นแต่สมองส่วนที่ควบคุมสติยังหลับอยู่ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยคือพันธุกรรม อดนอนหรือตารางนอนไม่คงที่ ความเครียด ไข้สูง แอลกอฮอล์ ยานอนหลับบางชนิด และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
Q: นอนละเมออันตรายไหม?
A: โดยตัวอาการเองไม่เป็นอันตราย แต่ความเสี่ยงอยู่ที่พฤติกรรมระหว่างละเมอ เช่น เดินตกบันได เดินออกนอกบ้าน หรือหยิบจับของมีคม หากละเมอบ่อยขึ้นหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
Q: ปลุกคนละเมอได้ไหม?
A: ปลุกได้แต่ไม่แนะนำ เพราะการปลุกด้วยเสียงดังหรือเขย่าแรงอาจทำให้คนละเมอตกใจ สับสน หรือก้าวร้าวได้ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือพูดด้วยเสียงนุ่มนวลและพากลับไปที่เตียงอย่างช้า ๆ โดยไม่ต้องปลุกให้ตื่นเต็มที่
Q: นอนละเมอเป็นโรคจิตเวชไหม?
A: ไม่ใช่ การนอนละเมอจัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของการนอนหลับ ไม่ใช่โรคจิตเวช แม้ความเครียดและความวิตกกังวลจะเป็นปัจจัยกระตุ้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ละเมอเป็นโรคทางจิตเวช
Q: นอนละเมอเกิดจากกรรมพันธุ์จริงไหม?
A: มีส่วนจริงในหลายราย งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวละเมอมีโอกาสเกิดอาการมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น การอดนอนและความเครียด
Q: นอนละเมอบ่อยแค่ไหนที่ถือว่าผิดปกติ?
A: หากเกิดนาน ๆ ครั้งและไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงถือว่าไม่ผิดปกติ แต่ถ้าเกิดหลายครั้งต่อสัปดาห์ เริ่มมีพฤติกรรมซับซ้อนหรือเสี่ยงบาดเจ็บ หรือเริ่มเป็นครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
Q: เด็กนอนละเมอหายเองไหม?
A: ส่วนใหญ่หายเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เพราะระบบการนอนของเด็กกำลังพัฒนา แต่ผู้ปกครองควรดูแลความปลอดภัยในบ้าน เช่น ปิดประตูหน้าต่าง กั้นบันได และจัดห้องให้ไม่มีของกีดขวาง หากยังเกิดบ่อยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงควรปรึกษากุมารแพทย์
Q: ผู้ใหญ่เพิ่งเริ่มนอนละเมอ เกิดจากอะไร?
A: การเริ่มละเมอในวัยผู้ใหญ่อาจสัมพันธ์กับความเครียดสะสม การอดนอน ยานอนหลับหรือยาบางชนิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาสุขภาพอื่น จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์มากกว่ากรณีในเด็ก
Q: ละเมอพูดเกิดจากอะไร?
A: การพูดในขณะหลับมักเกิดในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างหลับกับตื่น พบได้บ่อยกว่าเดิมเมื่อเครียด นอนไม่พอ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย
Q: ละเมอร้องไห้หรือหัวเราะ หมายความว่าอะไร?
A: การแสดงอารมณ์ระหว่างละเมอเป็นส่วนหนึ่งของภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น มักไม่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์และไม่ใช่ลางร้าย แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยจนกระทบการนอนหรือคนในบ้าน ควรปรึกษาแพทย์
Q: ยานอนหลับและแอลกอฮอล์ทำให้ละเมอได้ไหม?
A: ได้ ทั้งแอลกอฮอล์และยากลุ่มกล่อมประสาทบางชนิดรบกวนวงจรการนอนและกระตุ้นให้เกิดการตื่นบางส่วนจากช่วงหลับลึก จึงเพิ่มโอกาสละเมอ และยังเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุด้วย ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
Q: ควรทำอย่างไรเมื่อมีคนกำลังละเมอเดิน?
A: อย่าตะโกนและอย่าเขย่าแรง ให้พูดด้วยเสียงนุ่มนวล พาเขากลับเตียงอย่างช้า ๆ เคลียร์ทางเดินและปิดประตูหน้าต่างให้ปลอดภัย หากมีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ ๆ ควรพาไปพบแพทย์ด้านการนอน
🔗 อ่านต่อ: นอนไม่หลับ หลับยาก แก้ยังไง · นอนกรนกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ · ง่วงนอนตอนกลางวัน · ยานอนหลับ vs สมุนไพรนอนหลับ · โดนผีอำ หลับแล้วขยับตัวไม่ได้
แหล่งอ้างอิง
- Sleepwalking — NHS (สหราชอาณาจักร)
- Sleepwalking — MedlinePlus (สหรัฐอเมริกา)
- Sleepwalking — Sleep Foundation
- Sleepwalking — American Academy of Sleep Medicine
- อาการละเมอเดิน — วิกิพีเดียไทย
- การละเมอพูด — วิกิพีเดียไทย
- โรคในกลุ่มความผิดปกติของการนอนหลับ (Parasomnia) — คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- กรมสุขภาพจิต — กระทรวงสาธารณสุข