ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โดย กองบรรณาธิการ The Daily Mu

นอนละเมอ ละเมอเดิน ละเมอพูด เกิดจากอะไร อันตรายไหม

นอนละเมอ ละเมอเดิน และละเมอพูด เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุ แบบไหนอันตราย ปลุกได้ไหม วิธีรับมืออย่างปลอดภัย การจัดบ้าน และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

นอนละเมอ ละเมอเดิน ละเมอพูด เกิดจากอะไร อันตรายไหม - สุขภาพกาย | The Daily Mu
โฆษณา

คืนหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาในบ้าน ทั้งที่ทุกคนควรเข้านอนหมดแล้ว พอเดินไปดูก็พบว่าคนในบ้านกำลังยืนงง ๆ อยู่กลางห้อง หรือเดินไปทั่วโดยที่ตื่นขึ้นมาแล้วจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย ภาพแบบนี้คือ การนอนละเมอ ซึ่งหลายคนเคยเห็นจากคนใกล้ตัว หรือแม้แต่สงสัยว่าตัวเองก็เคยเป็น

การนอนละเมอไม่ใช่เรื่องลี้ลับและไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นภาวะที่สมองตื่นขึ้นมาแค่บางส่วนระหว่างหลับลึก บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า นอนละเมอ ละเมอเดิน และละเมอพูด เกิดจากอะไร แบบไหนที่ควรกังวล ปลุกคนละเมอควรทำหรือไม่ และจะดูแลบ้านให้ปลอดภัยได้อย่างไร โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานด้านสุขภาพที่เชื่อถือได้

⚠️ ข้อควรทราบสำคัญ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากคนในบ้านละเมอบ่อยขึ้น มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรือเริ่มละเมอครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์ด้านการนอน ห้ามปรับหรือหยุดยานอนหลับและยาประจำตัวด้วยตัวเอง และหากเกิดอุบัติเหตุหรือมีอาการชักระหว่างหลับ ให้โทร 1669 ทันที

นอนละเมอคืออะไร และต่างจากฝันร้ายอย่างไร

ในทางการแพทย์ การนอนละเมอจัดอยู่ในกลุ่ม ความผิดปกติของการนอนหลับที่เกิดจากการตื่นบางส่วน หรือที่เรียกว่า parasomnia ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

ในช่วงกลางคืน การนอนจะหมุนเวียนเป็นรอบ ๆ ระหว่างช่วงหลับลึก ช่วงหลับตื้น และช่วงหลับฝัน การละเมอมักเกิดขึ้นตอนที่ร่างกายกำลังอยู่ใน ช่วงหลับลึก แต่มีบางส่วนของสมองถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมากะทันหัน ในขณะที่สมองส่วนที่ควบคุมสติและเหตุผลยังหลับอยู่ ผลลัพธ์คือร่างกายลุกขึ้นเดิน พูด หรือทำกิจกรรมได้ แต่ไม่มีการรับรู้และจำเหตุการณ์ได้

เกิดในช่วงหลับลึก ไม่ใช่ช่วงฝัน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าคนละเมอ “ทำตามความฝัน” แต่จริง ๆ แล้วการละเมอส่วนใหญ่เกิดในช่วงที่ยังไม่มีการฝัน หรือที่เรียกว่าช่วงหลับลึกแบบไม่กรอกตา สิ่งที่คนละเมอทำจึงมักเป็นกิจวัตรซ้ำ ๆ เช่น ลุกขึ้นนั่ง เดินไปห้องน้ำ หรือเปิดประตู มากกว่าการทำตามเนื้อเรื่องในฝัน

ด้วยเหตุนี้ การปลุกคนละเมอจึงไม่เหมือนการปลุกคนที่กำลังฝัน เพราะสมองกำลังอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน ไม่ได้ตื่นเต็มที่ การทำให้ตกใจหรือสับสนจึงเกิดขึ้นได้ง่าย

ทำไมเด็กนอนละเมอมากกว่าผู้ใหญ่

การละเมอพบบ่อยในเด็ก เพราะระบบประสาทที่ควบคุมการเปลี่ยนผ่านระหว่างหลับกับตื่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กที่ละเมอส่วนใหญ่มีสติปกติ พัฒนาการปกติ และอาการมักค่อย ๆ หายไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่างจากผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มละเมอ ซึ่งมักมีปัจจัยกระตุ้นที่ต้องหาสาเหตุชัดเจนกว่า

ละเมอเดินและละเมอพูด เกิดจากอะไร

สาเหตุของละเมอแทบไม่เคยมีแค่ข้อเดียว ส่วนใหญ่เป็นหลายปัจจัยซ้อนกัน และมักเกิดในช่วงที่การนอนถูกรบกวน

ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยได้แก่

  • พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวเคยละเมอมีโอกาสเกิดอาการมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก
  • อดนอนหรือตารางนอนไม่คงที่ รวมถึงการนอนดึกติดต่อกันหลายคืน เพราะช่วงหลับลึกจะรุนแรงขึ้นและตื่นบางส่วนได้ง่าย
  • ความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้สมองตื่นตัวเกินไปและรบกวนการเปลี่ยนผ่านของวงจรการนอน
  • ไข้หรือการเจ็บป่วยเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอาการเพ้อร่วมด้วย
  • แอลกอฮอล์และยากล่อมประสาท ทั้งการดื่มให้หลับและยานอนหลับบางกลุ่ม ล้วนรบกวนวงจรการนอนและเพิ่มโอกาสละเมอ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ทำให้ออกซิเจนลดลงเป็นช่วง ๆ และกระตุ้นการตื่นบางส่วนซ้ำ ๆ

การรู้ว่าปัจจัยของตัวเองคืออะไรมีประโยชน์ เพราะละเมอที่เกิดจากหนี้นอนหรือตารางนอนที่เพี้ยนมักดีขึ้นได้เองเมื่อแก้ที่การนอน ไม่ต้องรอให้รุนแรง

โรคและยาที่เกี่ยวข้อง

นอกจากปัจจัยข้างต้น แพทย์จะมองหาภาวะที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่มักมีเสียงกรนและสะดุดตื่นร่วมด้วย รายละเอียดอยู่ในบทความนอนกรนเสียงดังกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของเรา และโรคกลุ่มอื่น เช่น โรคขาอยู่ไม่สุข ภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง และโรคลมหลับที่ทำให้ง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน

ยาบางกลุ่มก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ยานอนหลับกลุ่มกล่อมประสาท ยารักษาโรคจิตเวชบางชนิด และการหยุดยาบางอย่างกะทันหัน ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดอาการถอนยาที่รุนแรงกว่าอาการละเมอ สำหรับภาพรวมความเสี่ยงของยาและสมุนไพร ดูเพิ่มเติมได้ที่ยานอนหลับ vs สมุนไพรนอนหลับของเรา

โฆษณา

แบบไหนที่ถือว่าอันตราย

การละเมอนาน ๆ ครั้งและจบลงอย่างปลอดภัยมักไม่ต้องรักษา แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ พฤติกรรมระหว่างละเมอ เพราะคนที่ละเมอไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร บางรายลุกขึ้นเดินไปทั้งที่ตายังเปิดแต่ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก

ตารางนี้ช่วยแยกสถานการณ์ที่ควรดูแลเองกับที่ควรปรึกษาแพทย์

สิ่งที่เกิดขึ้นความหมายที่เป็นไปได้ควรทำ
ลุกขึ้นนั่ง พูดพึมพำ แล้วนอนต่อการตื่นบางส่วนทั่วไปจัดการความปลอดภัยและติดตามอาการ
เดินไปทั่วบ้าน เปิดประตูหน้าต่างละเมอเดินระดับซับซ้อนปิดประตูหน้าต่าง กั้นบันได และปรึกษาแพทย์หากเกิดซ้ำ
มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ทำอาหาร ขับรถ ถือของมีคมละเมอระดับอันตรายพบแพทย์โดยเร็ว
ขยับเกร็งเป็นจังหวะ กัดลิ้น ปัสสาวะรด หรือสับสนนานหลังตื่นอาจเป็นอาการชักระหว่างหลับพบแพทย์โดยเร็ว
ละเมอครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุอาจมีสาเหตุทางสมองหรือการนอนซ่อนอยู่พบแพทย์เพื่อประเมิน

สิ่งสำคัญคือ อย่ามองข้ามความปลอดภัยของคนอื่นในบ้าน เพราะบางครั้งคนที่ละเมออาจเดินไปหาคนอื่นหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ

ทางเดินในบ้านยามค่ำที่จัดให้ปลอดภัย มีไฟกลางคืนแสงอุ่น พรมกันลื่น และไม่มีสิ่งของกีดขวาง ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุสำหรับคนที่ละเมอเดิน

ปลุกคนละเมอได้ไหม วิธีรับมืออย่างปลอดภัย

คำถามยอดนิยมที่สุดคือ “ปลุกคนละเมอได้ไหม” คำตอบคือ ทำได้แต่ไม่แนะนำให้ปลุกด้วยวิธีรุนแรง เพราะการปลุกกะทันหันอาจทำให้คนละเมอตกใจ สับสน หรือก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ควรทำคือเน้นความปลอดภัยและการพากลับเตียงอย่างนุ่มนวล

ขั้นตอนที่ปลอดภัยมี 4 ข้อ

  1. รักษาความสงบ ไม่ตะโกน ไม่เขย่าแรง และไม่โต้เถียงกับคนที่กำลังละเมอ เพราะสมองส่วนเหตุผลยังไม่ตื่นเต็มที่
  2. พูดด้วยเสียงนุ่มนวล เช่น “กลับไปนอนกันนะ” แล้วค่อย ๆ พาเขากลับไปที่เตียงโดยไม่ต้องสัมผัสตัวแรง ๆ
  3. เคลียร์เส้นทาง ถ้าเขากำลังเดินไปทางที่อันตราย เช่น บันไดหรือประตูหน้าบ้าน ให้เข้าไปขวางทางเบา ๆ แล้วนำไปยังพื้นที่ปลอดภัย
  4. รอให้กลับไปนอนต่อ คนส่วนใหญ่จะสงบลงและหลับต่อได้เอง ตอนเช้าไม่จำเป็นต้องเล่าเหตุการณ์ให้เขาตกใจ แต่ควรแจ้งให้ทราบเพื่อความปลอดภัยในคืนต่อไป
ควรทำห้ามทำ
พูดเบา ๆ และพากลับเตียงตะโกนเรียกหรือเขย่าตัวแรง ๆ
เคลียร์ทางเดินไปห้องน้ำจับแขนล็อกหรือบังคับรุนแรง
ปิดประตูหน้าต่างก่อนนอนใช้วิธีทดสอบหรือแกล้งเพื่อตรวจว่าละเมอจริงไหม
จดบันทึกเวลาและพฤติกรรมที่เกิดเพิ่มขนาดยานอนหลับเองเพื่อให้หลับสนิท

เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ต่างกันอย่างไร

การละเมอในแต่ละวัยมีนัยต่างกัน และมีแนวทางดูแลต่างกัน

เด็ก พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงอายุ 4-8 ปี และมักหายไปเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือจัดบ้านให้ปลอดภัย อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ควรดุหรือทำให้เด็กรู้สึกผิด ควรปรึกษากุมารแพทย์หากเกิดบ่อยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง

ผู้ใหญ่ ที่ยังละเมอเรื้อรังหรือเพิ่งเริ่มเป็น ควรหาปัจจัยกระตุ้นที่อาจแก้ได้ เช่น หนี้นอน ความเครียด แอลกอฮอล์ หรือยา และถ้ามีง่วงผิดปกติในเวลากลางวันร่วมด้วย ควรประเมินภาวะการนอนอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือโรคลมหลับ

ผู้สูงอายุ ที่เริ่มละเมอเป็นครั้งแรกถือเป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์เสมอ เพราะอาจสัมพันธ์กับโรคทางสมอง โรคระบบประสาท หรือยาที่ใช้อยู่หลายชนิด รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหวระหว่างการหลับฝัน

ป้องกันและลดความถี่ของละเมอ

เนื่องจากปัจจัยกระตุ้นส่วนใหญ่เกี่ยวกับการนอน การปรับกิจวัตรจึงเป็นวิธีที่ได้ผลกว่าและยั่งยืนกว่า สิ่งที่แนะนำคือ

  • ตรึงเวลาตื่นให้คงที่ทุกวันรวมวันหยุด และนอนให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ
  • งดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มคาเฟอีนก่อนนอน และหลีกเลี่ยงมื้อหนักในมื้อค่ำ
  • ผ่อนคลายก่อนนอนด้วยกิจกรรมเบา ๆ เช่น อ่านหนังสือ อาบน้ำอุ่น หรือฝึกลมหายใจช้า ๆ
  • ลดการใช้หน้าจออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และให้ห้องนอนมืดพอสำหรับการหลับ
  • หากกำลังใช้ยานอนหลับหรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับขนาดยา และงีบหลับกลางวันแบบสั้นเพื่อไม่ให้เกิดหนี้นอนสะสม

นอกจากการดูแลการนอนแล้ว การ จัดบ้านให้ปลอดภัย คือหัวใจของการป้องกันอุบัติเหตุ ลองตรวจตามรายการนี้

จุดเสี่ยงวิธีป้องกัน
บันไดและระเบียงติดประตูกั้นบันได และปิดประตูระเบียงก่อนนอน
ประตูบ้านและหน้าต่างใส่กลอนที่เปิดจากด้านในได้ยากขึ้น หรือติดเครื่องแจ้งเตือนเมื่อประตูเปิด
ของมีคมและของแตกง่ายเก็บให้พ้นมือหรือล็อกตู้ไว้
พื้นในห้องนอนและทางเดินไม่วางของกีดขวาง ไม่ปูพรมที่ลื่นไถลง่าย
เตียงของเด็กที่ละเมอบ่อยใช้เตียงต่ำหรือที่นอนบนพื้นเพื่อลดการตกเตียง
ความมืดติดไฟกลางคืนแบบแสงอุ่นเป็นจุด ๆ เพื่อให้มองเห็นทางโดยไม่สว่างจ้า

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

การละเมอส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษาด้วยยา และดีขึ้นได้เองเมื่อปัจจัยกระตุ้นหมดไป แต่มีสัญญาณที่ควรให้แพทย์ช่วยประเมิน

ควรพบแพทย์เมื่อ ละเมอบ่อยขึ้นกว่าเดิมหรือเกิดหลายครั้งต่อสัปดาห์ · มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ · ละเมอครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ · สงสัยว่ามีอาการชักระหว่างหลับ · ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน · หรือกังวลเรื่องการนอนจนกระทบชีวิตประจำวัน

แพทย์อาจสอบถามประวัติการนอนและใช้แบบประเมิน หรือในบางกรณีแนะนำให้ตรวจการนอนหลับ ซึ่งเป็นการวัดสัญญาณขณะนอนและไม่เจ็บ รายละเอียดของกระบวนการตรวจอยู่ในหัวข้อการตรวจการนอนหลับของบทความนอนกรนเสียงดังกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของเรา

ถ้ามีอาการหายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก หรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที และหากความกังวลเรื่องการนอนทำให้เครียดหรือนอนไม่หลับ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดปกติของพฤติกรรมขณะหลับ ดูได้ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และแนวทางการดูแลจากNHS

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: นอนละเมอเกิดจากอะไร?

A: การนอนละเมอเกิดจากการตื่นขึ้นมาบางส่วนจากช่วงหลับลึก โดยสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวตื่นขึ้นแต่สมองส่วนที่ควบคุมสติยังหลับอยู่ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยคือพันธุกรรม อดนอนหรือตารางนอนไม่คงที่ ความเครียด ไข้สูง แอลกอฮอล์ ยานอนหลับบางชนิด และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Q: นอนละเมออันตรายไหม?

A: โดยตัวอาการเองไม่เป็นอันตราย แต่ความเสี่ยงอยู่ที่พฤติกรรมระหว่างละเมอ เช่น เดินตกบันได เดินออกนอกบ้าน หรือหยิบจับของมีคม หากละเมอบ่อยขึ้นหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

Q: ปลุกคนละเมอได้ไหม?

A: ปลุกได้แต่ไม่แนะนำ เพราะการปลุกด้วยเสียงดังหรือเขย่าแรงอาจทำให้คนละเมอตกใจ สับสน หรือก้าวร้าวได้ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือพูดด้วยเสียงนุ่มนวลและพากลับไปที่เตียงอย่างช้า ๆ โดยไม่ต้องปลุกให้ตื่นเต็มที่

Q: นอนละเมอเป็นโรคจิตเวชไหม?

A: ไม่ใช่ การนอนละเมอจัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของการนอนหลับ ไม่ใช่โรคจิตเวช แม้ความเครียดและความวิตกกังวลจะเป็นปัจจัยกระตุ้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ละเมอเป็นโรคทางจิตเวช

Q: นอนละเมอเกิดจากกรรมพันธุ์จริงไหม?

A: มีส่วนจริงในหลายราย งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวละเมอมีโอกาสเกิดอาการมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น การอดนอนและความเครียด

Q: นอนละเมอบ่อยแค่ไหนที่ถือว่าผิดปกติ?

A: หากเกิดนาน ๆ ครั้งและไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงถือว่าไม่ผิดปกติ แต่ถ้าเกิดหลายครั้งต่อสัปดาห์ เริ่มมีพฤติกรรมซับซ้อนหรือเสี่ยงบาดเจ็บ หรือเริ่มเป็นครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

Q: เด็กนอนละเมอหายเองไหม?

A: ส่วนใหญ่หายเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เพราะระบบการนอนของเด็กกำลังพัฒนา แต่ผู้ปกครองควรดูแลความปลอดภัยในบ้าน เช่น ปิดประตูหน้าต่าง กั้นบันได และจัดห้องให้ไม่มีของกีดขวาง หากยังเกิดบ่อยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงควรปรึกษากุมารแพทย์

Q: ผู้ใหญ่เพิ่งเริ่มนอนละเมอ เกิดจากอะไร?

A: การเริ่มละเมอในวัยผู้ใหญ่อาจสัมพันธ์กับความเครียดสะสม การอดนอน ยานอนหลับหรือยาบางชนิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาสุขภาพอื่น จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์มากกว่ากรณีในเด็ก

Q: ละเมอพูดเกิดจากอะไร?

A: การพูดในขณะหลับมักเกิดในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างหลับกับตื่น พบได้บ่อยกว่าเดิมเมื่อเครียด นอนไม่พอ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย

Q: ละเมอร้องไห้หรือหัวเราะ หมายความว่าอะไร?

A: การแสดงอารมณ์ระหว่างละเมอเป็นส่วนหนึ่งของภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น มักไม่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์และไม่ใช่ลางร้าย แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยจนกระทบการนอนหรือคนในบ้าน ควรปรึกษาแพทย์

Q: ยานอนหลับและแอลกอฮอล์ทำให้ละเมอได้ไหม?

A: ได้ ทั้งแอลกอฮอล์และยากลุ่มกล่อมประสาทบางชนิดรบกวนวงจรการนอนและกระตุ้นให้เกิดการตื่นบางส่วนจากช่วงหลับลึก จึงเพิ่มโอกาสละเมอ และยังเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุด้วย ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

Q: ควรทำอย่างไรเมื่อมีคนกำลังละเมอเดิน?

A: อย่าตะโกนและอย่าเขย่าแรง ให้พูดด้วยเสียงนุ่มนวล พาเขากลับเตียงอย่างช้า ๆ เคลียร์ทางเดินและปิดประตูหน้าต่างให้ปลอดภัย หากมีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ ๆ ควรพาไปพบแพทย์ด้านการนอน

🔗 อ่านต่อ: นอนไม่หลับ หลับยาก แก้ยังไง · นอนกรนกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ · ง่วงนอนตอนกลางวัน · ยานอนหลับ vs สมุนไพรนอนหลับ · โดนผีอำ หลับแล้วขยับตัวไม่ได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Sleepwalking — NHS (สหราชอาณาจักร)
  2. Sleepwalking — MedlinePlus (สหรัฐอเมริกา)
  3. Sleepwalking — Sleep Foundation
  4. Sleepwalking — American Academy of Sleep Medicine
  5. อาการละเมอเดิน — วิกิพีเดียไทย
  6. การละเมอพูด — วิกิพีเดียไทย
  7. โรคในกลุ่มความผิดปกติของการนอนหลับ (Parasomnia) — คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  8. กรมสุขภาพจิต — กระทรวงสาธารณสุข

แชร์บทความนี้

LINEFacebook
โฆษณา

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

โฆษณา

ค้นหาทั้งเว็บไซต์

พิมพ์คำค้นภาษาไทยได้เลย เช่น “งู”, “ฤกษ์แต่งงาน”, “สีมงคล”