ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โดย กองบรรณาธิการ The Daily Mu

ฝันร้ายบ่อย ฝันร้ายทุกคืน เกิดจากอะไร อันตรายไหม แก้ยังไง

ฝันร้ายบ่อย ฝันร้ายทุกคืน เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุ วิธีแก้ฝันร้าย วิธีกลับไปนอนต่อหลังสะดุ้งตื่น แนวทางดูแลในเด็กและผู้ใหญ่ และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

ฝันร้ายบ่อย ฝันร้ายทุกคืน เกิดจากอะไร อันตรายไหม แก้ยังไง - สุขภาพกาย | The Daily Mu
โฆษณา

คืนแล้วคืนเล่าที่คุณตื่นขึ้นมาด้วยหัวใจเต้นแรง เหงื่อแตก และจำภาพในฝันได้แม่นทั้งที่ไม่อยากจำ บางคนฝันร้ายติดต่อกันหลายคืนจนเริ่มกลัวเวลานอน ฝันร้ายบ่อย จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความฝัน แต่เป็นสัญญาณว่าสมองและการพักผ่อนกำลังทำงานหนักเกินไป และบางครั้งเป็นปลายทางของความเครียดหรือปัญหาสุขภาพที่ยังไม่ได้รับการดูแล

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า ฝันร้ายทุกคืน เกิดจากอะไร ต่างจากผีอำและฝันร้ายหลอนอย่างไร วิธีลดฝันร้ายที่ได้ผลจริง วิธีกลับไปนอนต่อหลังสะดุ้งตื่น พร้อมแนวทางดูแลในเด็กและผู้ใหญ่ และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

⚠️ ข้อควรทราบสำคัญ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ ห้ามปรับหรือหยุดยาด้วยตัวเอง และไม่ควรใช้ยานอนหลับหรืออาหารเสริมเพื่อระงับฝันร้ายโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกแย่มากจนรับไม่ไหว ให้โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทันที

ฝันร้ายบ่อยกับฝันร้ายทั่วไป ต่างกันตรงไหน

ฝันร้าย คือความฝันที่ทำให้รู้สึกกลัว หวาดเสียว หรือกังวลอย่างรุนแรง และมักตื่นขึ้นมากลางคืนพร้อมอารมณ์ที่ค้างอยู่ โดยทั่วไปเกิดในช่วงหลับฝันที่สมองทำงานสูง ทำให้จำภาพและเรื่องราวได้ชัด ต่างจากฝันร้ายหลอน (night terror) ที่เกิดในช่วงหลับลึกและมักจำเหตุการณ์ไม่ได้

การฝันร้ายเป็นครั้งคราวถือเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย แต่จะเริ่มนับเป็น โรคฝันร้าย (nightmare disorder) ทางคลินิก เมื่อเกิดบ่อยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งติดต่อกัน และส่งผลกระทบชัดเจน เช่น กลัวการนอน อ่อนเพลียในเวลากลางวัน อารมณ์แปรปรวน หรือสมาธิเสีย

ตารางนี้ช่วยแยกอาการที่คนมักสับสนออกจากกัน

ลักษณะฝันร้ายผีอำ (หลับแล้วขยับตัวไม่ได้)ฝันร้ายหลอน (night terror)
เกิดช่วงไหนหลับฝัน (REM) มักช่วงครึ่งหลังของคืนรอยต่อหลับ–ตื่นหลับลึก มักช่วงต้นคืน
จำเหตุการณ์ได้ไหมจำได้ชัดจำได้มักจำไม่ได้
ขยับตัวขยับได้หลังตื่นขยับไม่ได้ชั่วขณะอาจกรีดร้อง กระสับกระส่าย
พบบ่อยในทุกวัย โดยเฉพาะเด็กทุกวัยเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

ถ้าอาการที่คุณเจอคือตื่นแล้วขยับตัวไม่ได้ชั่วขณะ รายละเอียดอยู่ในบทความโดนผีอำ หลับแล้วขยับตัวไม่ได้ของเรา และถ้าเป็นผีหรือสิ่งเหนือธรรมชาติในฝันโดยตรง ดูการตีความเชิงสัญลักษณ์ได้ที่ฝันว่าผีหลอก

ฝันร้ายเกิดจากอะไร

ฝันร้ายมักไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมของอารมณ์ที่ค้างอยู่ การนอนที่ผิดจังหวะ และสารที่รบกวนวงจรการนอน

สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

  • ความเครียดและความวิตกกังวล ทั้งเรื่องงาน การเงิน ความสัมพันธ์ หรือความกังวลสั่งสมที่ไม่ได้ระบายออก
  • ประสบการณ์สะเทือนใจ เช่น การสูญเสีย อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งสัมพันธ์กับฝันร้ายซ้ำ ๆ โดยเฉพาะการฝันซ้ำเรื่องเดิมในผู้ที่มีภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD)
  • อดนอนหรือตารางนอนไม่คงที่ เพราะเมื่อร่างกายได้นอนน้อยลง ช่วงหลับฝันจะชดเชยมากขึ้นและรุนแรงขึ้น
  • แอลกอฮอล์ แม้จะช่วยให้หลับเร็ว แต่เมื่อฤทธิ์หมดจะเกิดช่วงฝันชดเชยและตื่นบ่อย
  • ยาบางชนิด เช่น ยาต้านเศร้าบางกลุ่ม ยารักษาความดันบางตัว และการหยุดยากล่อมประสาทกะทันหัน
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่รบกวนการนอนซ้ำ ๆ และทำให้ร่างกายตื่นเป็นช่วงสั้น ๆ หลายครั้งต่อคืน ถ้าฝันร้ายมาพร้อมเสียงกรนและสะดุดตื่น ดูรายละเอียดได้ที่บทความนอนกรนกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของเรา
  • ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล และ PTSD ซึ่งมักมีฝันร้ายเป็นอาการร่วม

การรู้ปัจจัยของตัวเองมีประโยชน์ เพราะฝันร้ายจำนวนมากดีขึ้นเมื่อแก้ที่การนอนและความเครียด ไม่ใช่ด้วยการพยายามลืมความฝันเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ฝันร้ายกับความเครียดมักส่งเสริมกันเป็นวงจร เมื่อเครียดมากการนอนจะตื้นและฝันร้ายง่ายขึ้น และเมื่อฝันร้ายบ่อย ความเครียดก็ยิ่งสะสมในวันถัดไป

โรคและยาที่เกี่ยวข้อง

หากสงสัยว่าฝันร้ายจากยาที่ใช้อยู่ หรือฝันร้ายเริ่มรุนแรงขึ้นหลังมีการเปลี่ยนแปลงยา ควรแจ้งแพทย์ที่สั่งจ่ายทันที อย่าหยุดยาเอง เพราะอาการถอนยาบางชนิดรุนแรงกว่าฝันร้าย และหากมีฝันร้ายร่วมกับง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ความเหนื่อยล้าต่อเนื่อง หรืออารมณ์ตกต่ำเป็นเวลานาน ควรได้รับการประเมินต้นเหตุอย่างเป็นระบบ แนวทางภาพรวมของการนอนไม่หลับและความเครียดที่รบกวนการนอนมีอยู่ในคู่มือนอนไม่หลับ หลับยาก แก้ยังไงของเรา

โฆษณา

ฝันร้ายรบกวนทั้งคืน: ผลต่อร่างกาย ใจ และวิธีกลับไปนอนต่อ

ผลระยะสั้นของฝันร้ายคือการตื่นกลางคืนหลายครั้ง ทำให้หลับไม่ต่อเนื่องและตื่นมาไม่สดชื่น หลายคนพบว่าอาการใจสั่นและเหงื่อออกตอนตื่นทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับไปหลับได้ ซึ่งกินเวลาการนอนไปอีกหลายสิบนาที

เมื่อฝันร้ายทุกวันหรือเกิดซ้ำทุกคืน ผลระยะยาวคืออ่อนเพลียเรื้อรังและง่วงนอนตอนกลางวัน สมาธิและความจำลดลง อารมณ์แปรปรวนง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ ความกลัวการนอน ซึ่งทำให้เกิดวงจรเดียวกับปัญหานอนไม่หลับ คือยิ่งกลัวยิ่งตื่นตัว และยิ่งตื่นตัวยิ่งฝันร้ายง่ายขึ้น

กลับไปนอนต่อหลังตื่นจากฝันร้าย

ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีมีดังนี้

  1. ไม่เช็กเวลาและไม่เปิดจอ เพราะการคำนวณว่าเหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมงจะเพิ่มความกังวลทันที
  2. หายใจช้า ๆ 2-3 นาที หายใจเข้าทางจมูกและผ่อนออกทางปากให้ยาวขึ้น จนหัวใจเต้นช้าลง
  3. คงความมืดและความเงียบ ใช้ไฟกลางคืนแบบแสงอุ่นเฉพาะเท่าที่จำเป็น
  4. ถ้าเกิน 20 นาทีแล้วยังไม่หลับ ให้ลุกจากเตียง ไปนั่งในที่แสงสลัว ทำกิจกรรมเงียบ ๆ ที่ไม่เร้าใจ แล้วกลับเข้าเตียงใหม่เมื่อง่วงจริง วิธีนี้เป็นหลักเดียวกับคู่มือนอนไม่หลับ หลับยาก แก้ยังไงของเรา
  5. ตอนเช้าไม่ต้องนั่งตีความฝันซ้ำ เขียนสั้น ๆ ลงสมุดเพื่อดูแบบแผนแล้วปิดเรื่องไว้ จะช่วยลดความสำคัญที่สมองให้กับภาพฝันนั้น

วิธีลดฝันร้ายที่ได้ผลจริง

วิธีแก้ฝันร้ายทำได้หลายระดับ ตั้งแต่ปรับพฤติกรรมที่ทำเองได้ ไปจนถึงการรักษากับผู้เชี่ยวชาญ

วิธีที่ทำได้เองที่บ้าน เริ่มจากการตรึงเวลาตื่นให้คงที่และนอนให้พอ ลดแอลกอฮอล์และคาเฟอีนโดยเฉพาะช่วงเย็น สร้างกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน และหลักเลี่ยงสื่อที่กระตุ้นความกลัวก่อนนอน หากยังมีฝันร้าย การจดบันทึกความฝันสั้น ๆ เป็นประจำจะช่วยให้เห็นว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น เช่น ช่วงสอบ งานหนัก หรือความขัดแย้งในชีวิต

การฝึกจินตนาการซ้ำ (imagery rehearsal) เป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยลดฝันร้าย โดยหลักการคือเขียนฝันร้ายที่เกิดขึ้นใหม่ในเวอร์ชันสั้นลง แล้วปรับจุดจบให้เป็นกลางหรือผ่อนคลาย จากนั้นฝึกนึกภาพเวอร์ชันใหม่นี้ในเวลากลางวันวันละ 10-20 นาที เพื่อให้สมองคุ้นกับภาพที่ไม่น่ากลัวอีกครั้ง เทคนิคนี้ทำได้ดีขึ้นเมื่อมีนักจิตวิทยาหรือแพทย์ด้านการนอนแนะนำ และมักใช้ร่วมกับการรักษาสาเหตุ เช่น ความเครียดหรือ PTSD

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือการซื้อยานอนหลับ อาหารเสริม หรือสมุนไพรในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทมารับประทานเองเพื่อหวังระงับฝัน เพราะไม่ได้แก้ต้นเหตุ และบางชนิดตีกับยาที่ใช้อยู่ รายละเอียดความเสี่ยงของยาและสมุนไพรอยู่ในบทความยานอนหลับ vs สมุนไพรนอนหลับของเรา และถ้าต้องการใช้สมุนไพรเพียงเพื่อการผ่อนคลายก่อนนอน ศึกษาชนิดที่เหมาะและข้อควรระวังได้ที่สมุนไพรช่วยนอนหลับ

ฝันร้ายในเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

เด็ก ฝันร้ายเป็นเรื่องปกติและพบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงอายุ 3-10 ปี ที่จินตนาการกำลังพัฒนา เด็กมักรับสื่อที่ดูน่ากลัว เรื่องเพื่อนหรือโรงเรียน หรือการเปลี่ยนแปลงในครอบครัวมาสะสมเป็นฝันร้าย สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือปลอบด้วยความสงบ ไม่ดุ ไม่บังคับให้เล่าฝันในทันที จัดกิจวัตรก่อนนอนให้สม่ำเสมอ เปิดไฟสลัว และไม่ใช้ห้องนอนเป็นที่ทำโทษหรือดูจอ

ผู้ใหญ่ ที่ฝันร้ายบ่อยควรตรวจปัจจัยที่แก้ได้ เช่น หนี้นอน แอลกอฮอล์ ยาที่ใช้อยู่ และความเครียดค้างคา หากฝันร้ายสัมพันธ์กับเหตุการณ์สะเทือนใจหรืออารมณ์ซึมเศร้าต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ และสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ฝันร้ายบ่อยขึ้นจากความวิตกกังวลและฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาหรือสมุนไพรใด ๆ เสมอ

ผู้สูงอายุ ที่เริ่มฝันร้ายหรือเคลื่อนไหวรุนแรงระหว่างหลับเป็นครั้งแรกควรพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสมอง การตอบสนองต่อยาหลายชนิด หรือภาวะที่การเคลื่อนไหวระหว่างฝันไม่ถูกยับยั้ง ซึ่งมีข้อควรระวังด้านความปลอดภัยเหมือนการนอนละเมอของเรา

ฝันร้ายกับความเชื่อไทย

ในคติความเชื่อไทย ฝันร้ายถูกมองเป็นเครื่องเตือนใจ และมีวิธีแก้เคล็ดที่สืบทอดกันมา เช่น การสวดมนต์หรือแผ่เมตตาก่อนนอน การนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพ หรือการทำบุญในวันถัดไป คนโบราณยังมีคติว่า “ฝันร้ายกลายเป็นดี” เพราะเชื่อว่าหลังผ่านเรื่องไม่ดีในฝัน จะมีสิ่งดี ๆ ตามมา สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าในแง่ของจิตใจ เพราะช่วยให้รู้สึกมีที่พึ่งและผ่อนคลายก่อนนอน ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวกับสุขอนามัยการนอนที่ดี

อย่างไรก็ดี เมื่อฝันร้ายเกิดบ่อยจนกระทบการนอนหรือชีวิตประจำวัน ความเชื่ออย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะตัวทดสอบจริง ๆ คือการแก้ที่ต้นเหตุ ทั้งการนอน ความเครียด และสุขภาพจิต บทสวดที่ใช้เป็นกิจวัตรสั้น ๆ ก่อนนอนดูได้จากบทสวดมนต์ก่อนนอนของเรา และถ้าอยากเข้าใจความหมายเชิงสัญลักษณ์ของฝันตามตำรา อ่านต่อได้ที่หมวดทำนายฝัน แต่ถ้าฝันร้ายเกิดซ้ำจนเหนื่อยล้า ให้ถือเป็นเรื่องสุขภาพที่ควรได้รับการดูแลจริงจัง

ฝันร้ายแบบไหนควรพบแพทย์

อาการฝันร้ายส่วนใหญ่ลดลงได้ด้วยการปรับกิจวัตรและการจัดการความเครียด แต่มีสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่อ ฝันร้ายเกิดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งขึ้นไปติดต่อกัน · กลัวการนอนจนนอนไม่หลับ · รบกวนอารมณ์ สมาธิ หรือความสัมพันธ์ในตอนกลางวัน · ฝันซ้ำเรื่องเดิมจากเหตุสะเทือนใจ · มีอารมณ์ซึมเศร้าหรือวิตกกังวลต่อเนื่อง · มีอาการละเมอ ตะโกน หรือขยับตัวรุนแรงระหว่างหลับ · หรือเริ่มฝันร้ายเป็นครั้งแรกในวัยสูงอายุ

แนวทางที่แพทย์อาจเลือกใช้คือการประเมินปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ การดูแลสุขอนามัยการนอน การบำบัดความคิดและพฤติกรรมด้านการนอน การฝึกจินตนาการซ้ำ หรือพิจารณารักษาภาวะร่วม เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับและ PTSD ซึ่งต้องอาศัยการวินิจฉัยก่อนเลือกวิธี

ถ้ารู้สึกกังวลหรือแย่มากจนรับไม่ไหว สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีอาการใจสั่นรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้โทร 1669 ทันที สำหรับการดูแลสุขภาพการนอนโดยรวมและแนวปฏิบัติจากหน่วยงานสาธารณสุขไทย ดูเพิ่มได้ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเอกสารให้ความรู้ของสมาคมการแพทย์ด้านการนอนหลับแห่งสหรัฐอเมริกา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ฝันร้ายบ่อย ๆ เกิดจากอะไร?

A: สาเหตุที่พบบ่อยคือความเครียดและความวิตกกังวล ประสบการณ์สะเทือนใจ การอดนอนหรือตารางนอนผิดเวลา แอลกอฮอล์ ยาบางชนิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือ PTSD

Q: ฝันร้ายทุกคืนอันตรายไหม?

A: ตัวฝันร้ายเองไม่อันตราย แต่การเกิดฝันร้ายทุกคืนหรือฝันร้ายทุกวันทำให้หลับไม่พอ อ่อนเพลีย สมาธิเสีย และอาจกลัวการนอนจนเป็นวงจรซ้ำ ถ้าเกิดบ่อยกว่า 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน

Q: ฝันร้ายบ่อยทำไงดี?

A: เริ่มจากปรับสุขอนามัยการนอน ลดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน จดบันทึกความฝันเพื่อหาปัจจัยกระตุ้น และฝึกจินตนาการซ้ำ (imagery rehearsal) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยลดความถี่ของฝันร้ายและทำได้ดีขึ้นเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

Q: ฝันร้ายติดต่อกันหลายวันผิดปกติไหม?

A: อาจเกิดได้ในช่วงเครียดหรือนอนน้อย แต่ถ้าต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์และกระทบการนอน ควรหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้ามีเหตุการณ์สะเทือนใจ ความวิตกกังวล หรือการใช้ยาที่เปลี่ยนแปลงไป

Q: ฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นต้องทำอย่างไร?

A: อย่าดูเวลาซ้ำ ๆ หายใจช้า ๆ 2-3 นาที และปล่อยให้ร่างกายสงบก่อน ถ้ายังไม่หลับภายใน 20 นาที ให้ลุกไปนั่งในที่แสงสลัวจนง่วงแล้วค่อยกลับเข้าเตียง หลีกเลี่ยงการเปิดโทรศัพท์หรือเล่าฝันซ้ำก่อนหลับ

Q: ฝันร้ายแล้วนอนต่อไม่ได้ ทำไง?

A: ลุกจากเตียงไปทำกิจกรรมเงียบ ๆ ในที่แสงสลัว เช่น อ่านหนังสือเบา ๆ แล้วกลับเข้าเตียงเมื่อง่วงจริง วิธีนี้เป็นหลักเดียวกับคู่มือแก้ปัญหานอนไม่หลับ และช่วยไม่ให้สมองเรียนรู้ว่าเตียงคือที่สำหรับกังวล

Q: ฝันร้ายซ้ำเรื่องเดิมหมายความว่าอะไร?

A: การฝันซ้ำเรื่องเดิมมักสัมพันธ์กับเรื่องที่จิตใจยังประมวลผลไม่จบ เช่น ความเครียดค้างคา หรือประสบการณ์สะเทือนใจ การจดบันทึกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญช่วยให้จัดการกับต้นเหตุได้ตรงจุด

Q: เด็กฝันร้ายบ่อยควรทำอย่างไร?

A: ปลอบด้วยความสงบ ไม่ดุหรือทำให้ลูกรู้สึกผิด จัดกิจวัตรก่อนนอนให้สม่ำเสมอ เปิดไฟสลัว และจำกัดสื่อที่น่ากลัว หากฝันร้ายบ่อยจนกระทบพฤติกรรมกลางวันหรือลูกรังเกียจการนอน ควรปรึกษากุมารแพทย์

Q: ฝันร้ายเป็นลางร้ายไหม?

A: ตามคติความเชื่อโบราณ ฝันร้ายถูกตีความเป็นเครื่องเตือนใจหรือการปรับสมดุลของจิตใจมากกว่าลางร้ายโดยตรง และมีคติว่า ‘ฝันร้ายกลายเป็นดี’ คือหลังผ่านเรื่องไม่ดีมักมีสิ่งดีตามมา ในมุมวิทยาศาสตร์ การฝันร้ายสะท้อนความเครียดและการประมวลผลอารมณ์ของสมอง ถ้ามีฝันร้ายบ่อยจนกังวล ควรดูแลการนอนเป็นหลัก

Q: ยาหรือแอลกอฮอล์ทำให้ฝันร้ายได้ไหม?

A: ได้ ยาหลายกลุ่ม เช่น ยาต้านเศร้าบางชนิด ยารักษาความดันบางตัว และการหยุดยากล่อมประสาทกะทันหัน อาจกระตุ้นฝันร้าย ขณะที่แอลกอฮอล์ทำให้หลับตื้นและเกิดช่วงฝันชดเชยหลังฤทธิ์หมด ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

Q: ฝันร้ายกับ PTSD และซึมเศร้าเกี่ยวข้องกันไหม?

A: เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่มี PTSD มักฝันร้ายซ้ำเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจ และฝันร้ายบ่อยเรื้อรังพบร่วมกับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลได้บ่อย การรักษาต้นเหตุจะช่วยลดทั้งฝันร้ายและผลกระทบระยะยาว

Q: ฝันร้ายแบบไหนควรพบแพทย์?

A: ควรพบแพทย์เมื่อฝันร้ายเกิดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งขึ้นไป กลัวการนอนจนนอนไม่หลับ ฝันซ้ำเรื่องเดิมหลังเหตุสะเทือนใจ ฝันร้ายเริ่มเป็นครั้งแรกในวัยสูงอายุ หรือมีอาการละเมอ ตะโกน หรือขยับตัวรุนแรงระหว่างหลับร่วมด้วย

🔗 อ่านต่อ: นอนไม่หลับ หลับยาก แก้ยังไง · โดนผีอำ หลับแล้วขยับตัวไม่ได้ · นอนละเมอ ละเมอเดิน ละเมอพูด · นอนกรนกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ · บทสวดมนต์ก่อนนอน

แหล่งอ้างอิง

  1. Nightmares — MedlinePlus (สหรัฐอเมริกา)
  2. Night terrors and nightmares — NHS (สหราชอาณาจักร)
  3. Post-traumatic stress disorder (PTSD) — NHS (สหราชอาณาจักร)
  4. Nightmares — American Academy of Sleep Medicine
  5. Nightmares — Sleep Foundation
  6. โรคในกลุ่มความผิดปกติของการนอนหลับ (Parasomnia) — คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  7. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) — กระทรวงสาธารณสุข
  8. กรมสุขภาพจิต — กระทรวงสาธารณสุข

แชร์บทความนี้

LINEFacebook
โฆษณา

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

โฆษณา

ค้นหาทั้งเว็บไซต์

พิมพ์คำค้นภาษาไทยได้เลย เช่น “งู”, “ฤกษ์แต่งงาน”, “สีมงคล”