ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โดย กองบรรณาธิการ The Daily Mu

จุดธูป 9 ดอก หมายถึงอะไร ไหว้อะไร ไขที่มาเลขมงคลพร้อมวิธีปฏิบัติ

จุดธูป 9 ดอก หมายถึงอะไร ธูป 9 ดอก ไหว้อะไรได้บ้าง? รวมที่มาของเลข 9 ทั้งชั้นพุทธและชั้นโหราศาสตร์ นพเคราะห์ 9 องค์ วิธีไหว้ศาลพระภูมิ ท้าวเวสสุวรรณ และขอขมากรรมกลางแจ้ง พร้อมตารางจำนวนธูปครบทุกดอก

จุดธูป 9 ดอก หมายถึงอะไร ไหว้อะไร ไขที่มาเลขมงคลพร้อมวิธีปฏิบัติ - พิธีกรรม | The Daily Mu
ในบทความนี้ 10 หัวข้อกลับไปด้านบน

ข้อสังเกตเรื่องตัวเลขมงคลและเลขเด็ด

ตัวเลขที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเชื่อพื้นบ้านเพื่อความบันเทิงและการศึกษาเท่านั้นมิใช่การชี้นำหรือสนับสนุนให้เล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคในรูปแบบใด ๆ โปรดใช้วิจารณญาณ ไม่เบียดเบียนตนเองและครอบครัว การทำมาหากินด้วยความสุจริตคือโชคลาภที่ยั่งยืนที่สุด

โฆษณา

🔎 ตอบสั้นก่อนอ่านต่อ

จุดธูป 9 ดอก หมายถึง การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง โดยหลักที่อ้างกันมากที่สุดคือ จำนวนธูปจะลดหลั่นตามสถานภาพของสิ่งที่บูชา ยิ่งสูงยิ่งใช้มาก และคนไทยนิยม เลขคี่ เพราะถือเป็นเลขมงคล จำนวน 1-3-5-7-9 จึงไล่ตามลำดับชั้น

ธูป 9 ดอก ไหว้อะไร ตารางที่คนไทยใช้กันทุกวันนี้ระบุว่าใช้สักการะ เทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา ศาลพระภูมิ และศาลเทพ นอกนั้นยังนิยมใช้ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ และ แม่ย่านาง ตามธรรมเนียมท้องถิ่น รวมถึงการ ขอขมากรรมกลางแจ้ง

ข้อควรรู้เรื่องที่มา ตารางจำนวนธูป 1-108 ที่แพร่หลายเท้าความได้ถึงบทความไลฟ์สไตล์ของไทยรัฐออนไลน์ ไม่ใช่คัมภีร์ศาสนา และ ไม่มีแหล่งข้อมูลใดระบุว่าธูป 5 ดอกเป็นข้อกำหนดของศาลตายาย ธรรมเนียมที่นิยมคือ 9 ดอกสำหรับศาลพระภูมิ และ 5 ดอกสำหรับศาลตายาย แต่เป็นจารีตที่ปฏิบัติสืบกันมา ไม่ใช่กฎตายตัว

ที่มาของเลข 9 มีสองชั้นที่มักถูกพูดปนกัน คือชั้นพุทธ (แก้ว 9 ประการ, พระพุทธคุณทั้ง 9) และชั้นโหราศาสตร์ (เทพนพเคราะห์ 9 องค์ ซึ่งเป็นคติพราหมณ์) บทความนี้อธิบายทั้งสองชั้นแยกจากกัน เพราะตำราแต่ละสำนักสอนไม่ตรงกัน

เคยสงสัยไหม? เวลาไปวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำไมผู้ใหญ่ถึงบอกให้เรา “จุดธูป 9 ดอก”? ทำไมไม่ใช่ 3 ดอกเหมือนไหว้พระ หรือ 5 ดอกเหมือนไหว้เจ้าที่?

คำตอบไม่ได้มีชั้นเดียว และนี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเหตุผลของเลข 9 ถูกอธิบายมาจาก สองระบบความเชื่อที่ต่างกันคนละราก ระบบหนึ่งมาจากพุทธศาสนา อีกระบบมาจากโหราศาสตร์พราหมณ์ที่เข้ามาในไทยพร้อมกับตำราโหร และเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน ทั้งสองระบบก็ถูกเล่าและจดจำปนกันจนแยกไม่ออก


ที่มาของเลข 9: สองชั้นความเชื่อที่มักถูกเล่าปนกัน

คำถามว่า “จุดธูป 9 ดอก หมายถึงอะไร” ตอบให้ครบต้องแยกก่อนว่ากำลังพูดถึงเลข 9 ในชั้นไหน เพราะสองชั้นนี้มีรากต่างกันคนละระบบ และนี่คือสาเหตุที่ตำราต่างสำนักอธิบายไม่ตรงกัน

ชั้นพุทธ: แก้ว 9 ประการ และพระพุทธคุณทั้ง 9

ชั้นนี้ผูกกับคุณของพระพุทธเจ้าโดยตรง แก้ว 9 ประการ เป็นคำที่พบในตำราพิธีกรรมของไทยและเป็นชุดที่ถูกอ้างมากที่สุดเมื่อถามว่าทำไมต้องเก้าดอก แต่ข้อน่าสังเกตคือในบรรดาเว็บและตำราที่พูดถึง “แก้ว 9 ประการ” แทบไม่มีแหล่งใด นิยาม ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง จึงควรถือเป็นชื่อเรียกในตำรามากกว่ารายการที่ตายตัว

ส่วน พระพุทธคุณทั้ง 9 คือชุดคุณของพระพุทธเจ้าที่กวีและตำราไทยนิยมนับเป็นเก้า ได้แก่ คุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สอดคล้องกับบทบูชาที่ขึ้นต้นด้วย “อิติปิ โส ภะคะวา” ซึ่งเป็นบทที่ใช้กันทั่วไปในการจุดธูปบูชาพระ คติ “คุณ 9 ประการ” ชุดนี้ยังปรากฏในงานหัตถศิลป์และศาสตร์ยันต์ด้วย เช่นยันต์เก้ายอดที่ออกแบบเป็นยอดแหลม 9 ยอดแทนพระพุทธคุณทั้งเก้าประการ

จุดที่ควรรู้คือ “นวโลกุตรธรรม 9” ซึ่งเป็นชุดเก้าที่มีที่มาทางหลักธรรมชัดเจน ได้แก่ มรรค 4 ผล 4 และนิพพาน 1 ชุดนี้เป็นเก้าที่มีความหมายทางธรรมจริง และเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่ตำราบางสำนักใช้อธิบายจำนวนเก้าดอก

ชั้นโหราศาสตร์: เทพนพเคราะห์ 9 องค์

ชั้นนี้เป็น คติพราหมณ์ที่เข้ามาในไทยทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่ชั้นพุทธ และเป็นชั้นที่อธิบาย “ทำไมต้องเก้า” ได้เป็นกลไกที่สุด

กรมศิลปากรอธิบายว่า เทพนพเคราะห์ คือเทพ 9 องค์ผู้ครองเรือนชะตาของมนุษย์ มีต้นกำเนิดจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพหรือพระอาทิตย์ ซึ่งมีเทพบริวารอีก 8 องค์รวมเป็น 9 องค์ และต่อมาจึงเกิดคติว่าต้องมีผู้ควบคุมเทพนพเคราะห์อีกชั้นหนึ่ง คือ พระคเณศ ผู้เป็นใหญ่เหนืออุปสรรคทั้งมวล

ในระบบนี้เทพแต่ละองค์มี สัญลักษณ์เลข และ กำลังพระเคราะห์ ประจำองค์ เช่น พระอาทิตย์สัญลักษณ์เลข 1 กำลัง 6 · พระจันทร์สัญลักษณ์เลข 2 กำลัง 15 · พระอังคารสัญลักษณ์เลข 3 กำลัง 8 เป็นต้น คติ “เลข 9” จึงอยู่ในระบบคิดเดียวกับที่ตำราโหรใช้จับคู่จำนวนเข้ากับเทพแต่ละองค์ และนี่คือความเชื่อมโยงที่แท้จริงระหว่าง “จำนวนดอก” กับ “ลำดับชั้นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ที่คนไทยพูดกันติดปาก

[!NOTE] ข้อควรทราบสองเรื่องที่มักถูกกล่าวเกินจริง

หนึ่ง “9 = ดาวเกตุ” หลายตำราและเว็บไซต์อ้างว่าดาวเกตุคือเทพนพเคราะห์ประจำเลข 9 บทความนี้ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะในรายการของกรมศิลปากรที่อ้างถึงข้างต้น ลำดับสัญลักษณ์เลขยังไม่ปรากฏเลข 9 อย่างชัดเจน และข้อมูลของแต่ละสำนักก็เรียงลำดับไม่ตรงกัน

สอง ความเชื่อมโยงระหว่างนพเคราะห์กับจำนวนธูป แม้เทพนพเคราะห์ 9 องค์จะเป็นชุดเก้าที่มีเอกสารรองรับชัดเจน แต่ไม่มีแหล่งข้อมูลใดที่ระบุว่าจำนวนธูป 9 ดอกมาจากนพเคราะห์ ความเชื่อมโยงนี้เป็นสิ่งที่บทความทั่วไปเชื่อมกันเอง จึงควรอ่านว่าเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางตำรา

ทั้งนี้ งานวิทยานิพนธ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายว่า ความเชื่อเรื่องนพเคราะห์ในสังคมไทยเป็น “การประสาน” ระหว่างแนวคิดพราหมณ์-ฮินดูกับแนวคิดพุทธ และเรียกพิธีสวดนพเคราะห์ในปัจจุบันว่า “พิธีกรรมประดิษฐ์” ซึ่งหมายความว่าการผสมกันของสองระบบเป็นลักษณะดั้งเดิมของเรื่องนี้ ไม่ใช่ความสับสนของผู้เล่ารุ่นหลัง

ชั้นภาษาศาสตร์: 9 พ้องเสียงกับ “ก้าว”

ชั้นนี้อธิบายง่ายที่สุดและเป็นที่มาของความนิยมในชีวิตประจำวัน เลข 9 ออกเสียงว่า “เก้า” พ้องกับคำว่า “ก้าว” จึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า การเดินไปข้างหน้า และการเติบโต ชั้นนี้ไม่ใช่นิกายหรือตำราใด เป็นคติทางภาษาและความนิยม ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเลข 9 จึงถูกนำไปใช้กับป้ายทะเบียน เบอร์โทรศัพท์ และราคาสินค้า มากพอ ๆ กับการจุดธูป

แล้วทำไมคนไทยถึงไม่ตายตัวเรื่องจำนวน

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการและนักโบราณคดี ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐออนไลน์ไว้ว่า จำนวนของธูปนั้น “เป็นตำนานความเชื่อ เป็นประเพณีที่มีมานาน” โดยคนไทยนิยมจุดเลขคี่เพราะถือว่ามงคล ส่วนคนจีนนิยมเลขคู่ จำนวนดอกที่ใช้กันคือ 1-3-5-7-9 “แต่จะจำนวนลดหลั่นตามสถานภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ๆ” และท้ายที่สุด “กี่ดอก ๆ ก็ขึ้นอยู่กับตำนานท้องถิ่น เวลาคนจะสร้างอะไรก็ต้องสร้างตำนานขึ้นมาเพื่อสร้างให้เหตุผลว่าทำไม แค่นั้นเอง”

คำอธิบายนี้สำคัญมาก เพราะเป็นคำตอบจากนักวิชาการว่า ทำไมตำราจึงสอนไม่ตรงกัน — ไม่ใช่เพราะมีตำราถูกและผิด แต่เพราะจำนวนธูปเป็นธรรมเนียมที่แต่ละท้องถิ่นสร้างเหตุผลขึ้นมาของตัวเอง ทั้งนี้ ท่านไม่ได้กล่าวถึงความหมายของเลข 9 โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงควรใช้คำอธิบายนี้เป็นกรอบเข้าใจภาพรวม ไม่ใช่คำยืนยันว่าที่มาของเก้าดอกคือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

เปรียบเทียบคำอธิบาย “ทำไมต้อง 9” ที่ตำราต่าง ๆ ใช้

ตารางนี้รวบรวมคำอธิบายที่พบจริงในตำราและสื่อไทย พร้อมข้อสังเกต เพื่อให้เห็นว่าคำตอบไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว

คำอธิบายลักษณะข้อสังเกต
แก้ว 9 ประการชั้นพุทธถูกอ้างมากที่สุด แต่แทบไม่มีแหล่งใดนิยามว่าคืออะไรบ้าง
พระพุทธคุณทั้ง 9ชั้นพุทธสอดคล้องกับบทบูชา “อิติปิ โส ภะคะวา” ที่ใช้กันทั่วไป
นวโลกุตรธรรม 9ชั้นพุทธชุดเก้าที่มีที่มาทางหลักธรรมชัดเจน (มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1)
เทพนพเคราะห์ 9 องค์ชั้นโหราศาสตร์เป็นชุดเก้าที่มีเอกสารราชการรองรับ แต่ ไม่มีแหล่งใดเชื่อมโยงกับจำนวนธูป
9 พ้องเสียง “ก้าว”ชั้นภาษาคติความนิยม ไม่ใช่ตำรา แต่อธิบายความนิยมในชีวิตประจำวันได้ดี
ลดหลั่นตามสถานภาพหลักการทั่วไปคำอธิบายของนักวิชาการ ใช้ได้กับทุกจำนวน ไม่เฉพาะเก้า

ข้อสรุปที่ตรงไปตรงมา คือไม่มีคำอธิบายใดที่เป็น “คำตอบเดียวที่ถูก” และการอ้างว่าเลข 9 มีความหมายเดียวตายตัวมักไม่ตรงกับตำรา เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว การจุดธูป 9 ดอกจึงไม่ใช่การทำตามสูตรลับ แต่เป็นการปฏิบัติตามธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา ซึ่งคุณค่าอยู่ที่ความตั้งใจและความสม่ำเสมอมากกว่าตัวเลข

โฆษณา

จุดธูป 9 ดอก ไหว้ใครได้บ้าง? (เช็คให้ชัวร์!)

หลายคนจำสับสนระหว่างการจุดธูปไหว้ “เจ้าที่” (วิญญาณบรรพบุรุษ) กับ “พระภูมิ” (เทวดา) โดยธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานิยมใช้ 9 ดอกกับเทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง ดังนี้

  • แก้ว 9 ประการ และพระพุทธคุณทั้ง 9: การบูชาคุณงามความดีของพระพุทธเจ้า
  • ศาลพระภูมิ: เพราะพระภูมิคือ “เทวดา” (ภุมมเทวา) ที่ปกปักรักษาพื้นที่ ไม่ใช่วิญญาณคนตาย ทางพระพุทธศาสนาจัดอยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา
  • เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์: เช่น ท้าวเวสสุวรรณ, พระพิฆเนศ, เจ้าแม่กวนอิม (บางตำราใช้ 9), พญานาคราช
  • รุกขเทวดาและเจ้าป่าเจ้าเขา: เทพที่สถิตตามต้นไม้ใหญ่หรือป่าเขา
  • แม่ย่านาง: เทพเทวดาที่ดูแลยานพาหนะ
  • ผู้มีพระคุณ: บิดามารดา ครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ (ที่ยังมีชีวิตหรือล่วงลับไปแล้วแต่ยกย่องดั่งเทวดา)

[!TIP] ข้อควรรู้เรื่องศาลตายาย ธรรมเนียมที่นิยมคือศาลตายายและเจ้าที่ซึ่งเป็นวิญญาณเจ้าของที่เดิมใช้ธูป 5 ดอก อย่างไรก็ตาม ไม่มีคัมภีร์กลางที่กำหนดข้อนี้ไว้ และแหล่งข้อมูลบางแห่งก็ให้จำนวนต่างออกไป เช่น ระบุว่า 5 ดอกใช้บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พร้อมคุณบิดามารดาและครูบาอาจารย์ จึงควรถือเป็นจารีตท้องถิ่น ไม่ใช่กฎที่ต้องยึดตายตัว


พานบูชาครูและสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมธูป 9 ดอก เปรียบเสมือนการน้อมนำสิ่งมงคล


ตารางเปรียบเทียบ: จุดธูปกี่ดอก บอกอะไร?

เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกพิธีกรรม มาดูความหมายของจำนวนธูปที่ใช้กันครับ ตารางนี้ ไม่ใช่ตำราศาสนา แต่เป็นธรรมเนียมที่แพร่หลายผ่านสื่อ โดยฉบับที่ถูกอ้างต่อกันมากที่สุดมาจากบทความไลฟ์สไตล์ของไทยรัฐออนไลน์เมื่อปี 2558 แล้วถูกคัดลอกต่อไปยังบทความและวิทยานิพนธ์หลายฉบับ จึงควรอ่านเป็น จารีตที่ปฏิบัติกันมา และในบางจำนวน แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งก็ให้รายละเอียดไม่ตรงกัน

จำนวนธูปใช้ไหว้ใคร / โอกาสไหน
1 ดอกไหว้ศพ, วิญญาณธรรมดา, สัมภเวสี, ผีบ้านผีเรือน
2 ดอกวางประกบเครื่องเซ่นไหว้, ไหว้เจ้าที่ (บางตำรา)
3 ดอกบูชาพระรัตนตรัย — ที่มาชัดเจนที่สุดคือพระคุณ 3 ประการของพระพุทธเจ้า (พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ)
4 ดอกเสริมดวง บูชาพระธาตุ, ธาตุทั้ง 4 ทิศ
5 ดอกแหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน: ไทยรัฐออนไลน์ระบุว่าบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พร้อมคุณบิดามารดาและครูบาอาจารย์ ขณะที่บางแห่งระบุว่าใช้ไหว้เจ้าที่และศาลตายาย
7 ดอกบูชาพระพรหม, ดวงอาทิตย์, คุ้มครองตลอด 7 วัน
8 ดอกไหว้เทพฮินดู (พระศิวะ, พระวิษณุ, พระพรหม, พระแม่อุมา, พระแม่ลักษมี, พระแม่สรัสวดี, พระพิฆเนศ)
9 ดอกไหว้เทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา ศาลพระภูมิ ศาลเทพ ตามตารางต้นทาง และนิยมใช้กับท้าวเวสสุวรรณกับแม่ย่านางตามธรรมเนียมท้องถิ่น
10 ดอกบูชาพระธาตุ, บรรพบุรุษจีน, เสริมดวงชาววันเสาร์
12 ดอกไหว้พระราหู, เจ้าแม่กวนอิม, บูชาพระคุณแม่, เสริมดวงชาววันพุธ (กลางคืน)
16 ดอกจุดกลางแจ้ง อัญเชิญเทวดา 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน (ขอพรใหญ่)
19 ดอกไหว้ครูบาอาจารย์, เสริมดวงชาววันพฤหัสบดี
21 ดอกบูชาพระแม่ธรณี, เสริมดวงชาววันศุกร์
32 ดอกอัญเชิญเทพทั้ง 4 ทิศพร้อมบริวาร
36 ดอกขอขมากรรม (ไตรภูมิ 36 ชั้น)
108 ดอกพิธีบูชาสูงสุด ครอบคลุมทุกชั้นฟ้า ทุกชั้นดิน (มหาพิธี)

[!WARNING] เรื่องจำนวนที่ห้ามใช้ ธรรมเนียมที่พบในหลายแหล่งระบุว่าธูป 13 ดอก และ 18 ดอก เป็นเลขอัปมงคลและไม่นิยมใช้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ควรทราบว่า ไม่มีแหล่งใดอธิบายเหตุผลของข้อห้ามนี้ไว้ และแหล่งข้อมูลบางแห่งก็ผ่อนเป็นเพียง “ไม่นิยม” มากกว่า “ห้ามเด็ดขาด” จึงควรถือเป็นข้อควรระวังตามความเชื่อ ไม่ใช่ข้อห้ามที่มีที่มาชัดเจน


วิธีไหว้ศาลพระภูมิด้วยธูป 9 ดอก (พร้อมคาถา)

การไหว้ศาลพระภูมิเป็นหนึ่งในพิธีที่ใช้ธูป 9 ดอกบ่อยที่สุด ต่อไปนี้คือวิธีที่ถูกต้องตามตำราโบราณ

เวลาที่เหมาะสม: 09:09 - 12:00 น. (ช่วงเช้าถึงเที่ยง)

ของไหว้ที่ต้องเตรียม:

  • ธูป 9 ดอก และเทียน 2 เล่ม
  • พวงมาลัยดอกไม้สด
  • น้ำเปล่า 1 แก้ว
  • อาหารคาว: ข้าวสวย แกง (ปลา ไก่ กุ้ง หมู)
  • อาหารหวาน: ขนมไทย
  • ผลไม้มงคล (ดูรายละเอียดด้านล่าง)

ขั้นตอน:

  1. จุดธูป 9 ดอก และเทียน 2 เล่ม
  2. ตั้งนะโม 3 จบ: นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
  3. สวดคาถาบูชาพระภูมิ:

“อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” (สวด 3 จบ)

  1. กล่าวคำอธิษฐาน: “ข้าพเจ้า… (ชื่อ-นามสกุล) …ขอกราบบูชาพระภูมิเจ้าที่ ผู้ปกปักรักษาบ้านเรือนแห่งนี้ ขอให้ท่านโปรดดลบันดาลให้ครอบครัวมีแต่ความสุข ความเจริญ การงานราบรื่น การเงินคล่องตัว…”

ผลไม้มงคลและผลไม้ต้องห้าม

การเลือกผลไม้ถวายมีความสำคัญมากเพราะชื่อของผลไม้ส่งผลต่อพลังงานของพิธี

ผลไม้มงคล (ใช้ได้):

  • กล้วย (ทำอะไรก็หยิบจับง่ายดาย)
  • สับปะรด (มีตาเยอะ มองเห็นโอกาส)
  • ส้ม (ความสดใส ความรุ่งเรือง)
  • มะพร้าว (ความราบรื่น ลื่นไหล)
  • องุ่น (ความอุดมสมบูรณ์)
  • แอปเปิล, สาลี่ (ความเจริญ)

ผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • มังคุด (มัง = เสนียด)
  • ละมุด (ละมุดละม่อม ทำอะไรไม่ขึ้น)
  • เงาะ (มีหนาม ไม่ราบรื่น)
  • ทุเรียน (ทุ = ทุกข์)
  • แตงโม (แตก = แตกร้าว)

วิธีไหว้ท้าวเวสสุวรรณด้วยธูป 9 ดอก

ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ก่อนอื่นควรเข้าใจที่มาของท่านก่อน เพราะท่านมีตัวตนอยู่ในคัมภีร์จริง ไม่ใช่เทพที่เพิ่งสร้างขึ้น

ท่านคือใคร ในไตรภูมิกถา ท้าวเวสสุวรรณเป็นหัวหน้าของท้าวจตุโลกบาล ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา และเป็นอธิบดีแห่งยักษ์ทั้งปวง มีหน้าที่ดูแลทิศเหนือของขุนเขาพระสุเมรุ ในคติพราหมณ์-ฮินดู ท่านเป็นเทพแห่งความร่ำรวยที่ออกพระนามว่า ท้าวกุเวร ทั้งสองนามเป็นองค์เดียวกัน

เรื่องธูป 9 ดอก การใช้ธูป 9 ดอกกับท่านเป็น ธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันจริงในท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อกำหนดในคัมภีร์ มีงานวิจัยระดับวิทยานิพนธ์ที่ศึกษาศาลท้าวเวสสุวรรณของชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง และบันทึกว่าผู้บนบานเตรียมเครื่องบูชาด้วยธูป 9 ดอกพร้อมดอกไม้ แล้วจุดธูป 9 ดอก สวดคาถาบูชา และอธิษฐานตามปรารถนา งานชิ้นเดียวกันยังระบุว่า ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2562 เป็นต้นมา ความนิยมบูชาท้าวเวสสุวรรณแพร่หลายขึ้นมากในประเทศไทย และรูปแบบเครื่องบูชาก็เปลี่ยนไปตามกระแส เช่น การใช้ธูปสีแดง 9 ดอกแทนธูปหอมสีธรรมชาติ

จึงควรเข้าใจว่าท่านเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาที่มีที่มาในคัมภีร์ ส่วนจำนวนธูป 9 ดอกเป็นจารีตที่ชุมชนผู้บูชาสืบทอดกันมา

เวลาที่ดีที่สุด: 09:09 น.

ของไหว้:

  • ธูป 9 ดอก
  • ดอกกุหลาบแดง 9 ดอก
  • ดอกดาวเรือง
  • ผลไม้มงคล (กล้วย ส้ม สับปะรด)

ขั้นตอน:

  1. กราบไหว้พระพุทธรูปให้เรียบร้อยก่อน เพื่อเสริมพลังจิต
  2. หันหน้าเข้าหาองค์ท้าวเวสสุวรรณ จุดธูป 9 ดอก
  3. ตั้งนะโม 3 จบ
  4. สวดคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ 9 จบ:

“อิติปิโส ภะคะวา ยัมมะหาราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ”

  1. กล่าวคำอธิษฐาน แล้วปักธูป

[!TIP] ราศีที่เหมาะกับการไหว้ท้าวเวสสุวรรณ: ชาวราศีมังกร, มีน, มิถุน, สิงห์ และตุลย์ จะได้รับพลังเสริมมากเป็นพิเศษ


วิธี “จุดธูป 9 ดอก กลางแจ้ง” ขอขมากรรม เปิดทางรับโชค

หากช่วงนี้รู้สึกชีวิตติดขัด ทำอะไรก็ไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาฉุดรั้ง แนะนำให้ทำพิธี “ขอขมากรรมกลางแจ้ง” ด้วยธูป 9 ดอก โดยเฉพาะชาวราศีเมษ มิถุน กรกฎ กันย์ ตุลย์ ธนู มังกร และมีน ที่กำลังเจอช่วงเวลายากลำบาก

[!IMPORTANT] ที่มาของพิธีนี้ควรทราบก่อนทำ การขอขมากรรมเป็นหลักปฏิบัติที่มีในพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน โดยเน้นความสำนึกผิดและการคืนดี แต่ การจุดธูป 9 ดอกกลางแจ้งเป็นธรรมเนียมสมัยใหม่ ไม่ปรากฏในคัมภีร์ และในงานวิชาการเรื่องขอขมากรรมก็ไม่มีการกล่าวถึงจำนวนธูปเลย พิธีรูปแบบนี้เผยแพร่ผ่านสื่อดูดวงโดยผู้สอนที่ระบุชื่อได้ชัดเจน และแม้แต่บทสวดของพิธีเองก็ยังอ้างถึง เทพ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ไม่ใช่เลข 9 สำนักข่าวที่เผยแพร่ก็กำกับไว้เองว่า “เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ” จึงควรทำด้วยความเข้าใจว่าเป็นพิธีตามความเชื่อร่วมสมัย ไม่ใช่พิธีตามตำรับโบราณ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม:

  • ธูป 9 ดอก
  • พวงมาลัยดอกดาวเรือง หรือดอกไม้สีขาว 1 พวง
  • น้ำเปล่า 1 ขวด (หรือ 1 แก้ว)
  • ผลไม้มงคล เช่น กล้วย ส้ม สับปะรด แอปเปิล (4 ชนิด หรือมากกว่า)

ขั้นตอนการทำพิธี:

  1. หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ทิศมงคลแห่งการเริ่มต้น) กลางแจ้ง ในเวลากลางวัน (พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกดิน)
  2. จุดธูป 9 ดอก แล้วตั้งจิตให้นิ่ง
  3. ตั้งนะโม 3 จบ: นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
  4. สวดบทขอขมา: “อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปันจุทัดธาราปิ” “ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปันจุทัดธาราปิ” “ตะติยัมปิ อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปันจุทัดธาราปิ”
  5. กล่าวคำอธิษฐานจิต: “ข้าพเจ้า… (ชื่อ-นามสกุล) …ขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ศัตรู หมู่มาร หมู่พาล ทุกภพทุกชาติ ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน ณ บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีแต่ความเจริญรุ่งเรือง…”
  6. ปักธูปลงดิน (กลางแจ้ง) หรือกระถางธูป แล้วกรวดน้ำลงดินทันที (ห้ามเทลงท่อระบายน้ำ) ให้แม่พระธรณีเป็นพยาน
  7. กล่าว “สาธุ สาธุ สาธุ” แล้วอธิษฐานเรื่องส่วนตัวที่ต้องการ

หลังเสร็จพิธี: ผลไม้ที่ถวายแล้วสามารถนำมารับประทานเองหรือแบ่งให้ผู้อื่นได้ ไม่ต้องทิ้ง ถือเป็นสิริมงคล


จุดธูป 9 ดอก เวลาไหนดีที่สุด?

เวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้าม ต่อไปนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมกับแต่ละพิธี:

พิธีกรรมเวลาที่ดีที่สุดหมายเหตุ
ไหว้ศาลพระภูมิ09:09 - 12:00 น.เช้าถึงเที่ยง เวลามงคล
ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ09:09 น.ตรงเวลา 9 นาที เสริมพลัง 9
ขอขมากรรมกลางแจ้งพระอาทิตย์ขึ้น - ตกดินต้องมีแสงสว่าง
ไหว้รุกขเทวดา06:00 - 09:00 น.ช่วงเช้าตรู่ธรรมชาติสงบ
ไหว้แม่ย่านาง09:09 น.ก่อนเดินทางไกล

หลักการทั่วไป: พิธีมงคลทุกอย่างควรทำในช่วง 06:00 - 12:00 น. ไม่แนะนำให้จุดธูปหลังพระอาทิตย์ตกดินสำหรับพิธีมงคล ยกเว้นการไหว้พระราหูที่นิยมทำในช่วงค่ำ


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: จุดธูป 9 ดอก หมายถึงอะไร จุดธูป 9 ดอก หมายถึงการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง โดยหลักที่อ้างกันมากที่สุดคือจำนวนธูปจะลดหลั่นตามสถานภาพของสิ่งที่บูชา คือยิ่งสูงยิ่งใช้มาก และเลขคี่ถือเป็นเลขมงคล จำนวน 1-3-5-7-9 จึงใช้ไล่ตามลำดับชั้น ส่วนที่มาของเลข 9 มีสองชั้นที่มักถูกพูดปนกัน คือชั้นพุทธ ได้แก่ แก้ว 9 ประการ และพระพุทธคุณทั้ง 9 กับชั้นโหราศาสตร์ คือเทพนพเคราะห์ 9 องค์ ซึ่งเป็นคติพราหมณ์ที่เข้ามาทางโหราศาสตร์ไทย

ถาม: ธูป 9 ดอก ไหว้อะไรได้บ้าง ตารางจำนวนธูปที่คนไทยใช้กันทุกวันนี้เท้าความได้ถึงบทความไลฟ์สไตล์ของไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งระบุว่า 9 ดอกใช้สักการะเทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา ศาลพระภูมิ และศาลเทพ นอกนั้นยังใช้กับการไหว้ท้าวเวสสุวรรณและแม่ย่านางตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันในแต่ละท้องถิ่น ส่วนศาลตายายและเจ้าที่ซึ่งเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ ธรรมเนียมที่นิยมคือใช้ 5 ดอก แต่ไม่มีคัมภีร์กลางกำหนดจำนวนตายตัว ทุกสำนักจึงสอนไม่ตรงกัน

ถาม: ทำไมต้องจุดธูป 9 ดอก ไม่ใช่ 3 ดอก เพราะ 3 ดอกมีที่มาทางพุทธศาสนาชัดเจนที่สุด คือบูชาพระคุณ 3 ประการของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ ซึ่งมีวิทยานิพนธ์ระดับมหาวิทยาลัยรองรับ ส่วน 9 ดอกอยู่ในคติพราหมณ์และความเชื่อพื้นบ้านเรื่องจำนวนธูปที่ลดหลั่นตามสถานภาพของสิ่งที่บูชา จึงไม่ควรใช้สลับกัน อย่างไรก็ตามไม่มีคัมภีร์กลางที่กำหนดจำนวนธูปตายตัว ทุกสำนักจึงสอนไม่ตรงกันทั้งหมด

ถาม: จุดธูป 9 ดอก กลางแจ้ง ทำอย่างไร ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก จุดธูป 9 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ กล่าวคำขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรและผู้ที่ล่วงเกินทั้งหลาย แล้วปักธูปลงดินหรือกระถางกลางแจ้ง กรวดน้ำลงดินทันที ไม่เทลงท่อระบายน้ำ แล้วกล่าวสาธุ ควรทำในเวลากลางวันและเลือกที่ที่มีอากาศถ่ายเท เพราะควันธูปปริมาณมากระคายทางเดินหายใจได้

ถาม: จุดธูป 9 ดอก เวลาไหนดี คติที่นิยมคือช่วงเช้าถึงเที่ยง โดยเฉพาะ 09:09 น. ซึ่งถือเป็นเวลามงคลสำหรับการไหว้ท้าวเวสสุวรรณและแม่ย่านาง ส่วนการไหว้รุกขเทวดานิยมช่วง 06:00-09:00 น. และการขอขมากรรมกลางแจ้งทำได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงตกดิน โดยทั่วไปไม่แนะนำให้จุดธูปสำหรับพิธีมงคลหลังพระอาทิตย์ตกดิน ยกเว้นการไหว้พระราหูที่นิยมทำช่วงค่ำ

ถาม: จุดธูป 9 ดอก ทำที่บ้านได้ไหม ทำที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องไปวัด จุดที่ศาลพระภูมิหน้าบ้านหรือกลางแจ้งในสวนได้ หากไม่มีศาลพระภูมิให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วกล่าวคำอธิษฐาน หรือจุดในบ้านโดยใช้กระถางธูปรองรับ แต่ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงการจุดในห้องปิดเพราะควันธูปเข้มข้น

ถาม: จุดธูป 9 ดอก ตอนกลางคืนได้ไหม สำหรับพิธีมงคลและการขอพรไม่แนะนำให้จุดหลังพระอาทิตย์ตกดิน ยกเว้นการไหว้พระราหูที่นิยมทำช่วงค่ำ หากจำเป็นต้องไหว้ศาลพระภูมิยามค่ำก็ทำได้ แต่ควรทำด้วยจิตที่สงบและตั้งมั่น

ถาม: ถ้าธูปหักระหว่างจุดต้องทำอย่างไร โบราณถือว่าเป็นลางบอกเหตุ วิธีที่นิยมคือจุดใหม่เพิ่ม 1 ดอกเพื่อขอขมา แล้วนำไปเผารวมกัน หรือเปลี่ยนดอกใหม่แล้วเริ่มพิธีใหม่อีกครั้งเพื่อความสบายใจ

ถาม: ไหว้ศาลพระภูมิกับไหว้ศาลตายายต่างกันอย่างไร ศาลพระภูมิเป็นที่สถิตของเทวดาหรือภุมมเทวา ซึ่งทางพระพุทธศาสนาจัดอยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา ส่วนศาลตายายเป็นที่สถิตของวิญญาณบรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดินเดิม ธรรมเนียมที่นิยมคือศาลพระภูมิใช้ 9 ดอก และศาลตายายใช้ 5 ดอก แต่ควรทราบว่าเรื่องจำนวนธูปไม่มีคัมภีร์กลางกำหนด ตารางที่ใช้กันทั่วไปมาจากบทความของไทยรัฐออนไลน์ และแหล่งข้อมูลบางแห่งก็ให้จำนวนไม่ตรงกัน

ถาม: ใช้ธูปสีอะไรไหว้จึงเหมาะ ธูปสีธรรมชาติหรือสีเปลือกไม้ใช้ได้กับทุกโอกาส หากไหว้เทพเฉพาะองค์มีธรรมเนียมต่างกัน เช่น ไหว้พระราหูนิยมธูปดำ และการบูชาพระแม่ลักษมีนิยมธูปกำยานหอม ควรเลือกให้ตรงกับธรรมเนียมของสิ่งนั้นมากกว่าเลือกตามความสวยงาม

บทสรุป

การ “จุดธูป 9 ดอก” ไม่ใช่แค่เรื่องของความงมงาย แต่เป็นกุศโลบายที่ช่วยดึงสติและสร้างกำลังใจ ให้เรารู้สึกว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองและหนุนนำในทุกย่างก้าว (9) ของชีวิต

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความตั้งใจจริง และ จิตที่เป็นกุศล ไม่ว่าจะจุดธูปกี่ดอก หากทำด้วยจิตบริสุทธิ์และเจตนาดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมรับรู้เสมอ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ครั้งหน้าเมื่อคุณต้องการที่พึ่งทางใจ อย่าลืมหยิบธูปขึ้นมา 9 ดอก ตั้งจิตให้มั่น แล้วอธิษฐานขอพรด้วยความศรัทธา

อ่านเพิ่มเติม: ไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ | พวงมาลัยไหว้พระ | บทสวดมนต์ก่อนนอน | ฝันเห็นเทียน หมายถึงอะไร

แหล่งอ้างอิง

  1. สาธุ! รู้ไหมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไหนใช้ธูปกี่ดอก...? — ไทยรัฐออนไลน์ (2558) — ต้นทางของตารางจำนวนธูป 1-108 ที่ถูกอ้างต่อกันมา
  2. ศึกษาวิเคราะห์การบูชาพระรัตนตรัยของพุทธศาสนิกชน (ธูป 3 ดอก = พระคุณ 3) — มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (๒๕๖๐)
  3. พิธีสวดนพเคราะห์: พลวัตของพิธีกรรมประดิษฐ์ในสังคมไทยปัจจุบัน — จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๒๕๕๗)
  4. "เจ้าพ่อปู่ยักษ์" ในฐานะท้าวเวสสุวรรณของชุมชนศรีล้อม จังหวัดลำปาง — มหาวิทยาลัยศิลปากร (๒๕๖๗)
  5. เทพนพเคราะห์ เทพ ๙ องค์ ผู้ครองเรือนชะตาของมนุษย์ — กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
  6. นพเคราะห์ — บทวิทยุ รู้ รัก ภาษาไทย — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (๒๕๕๖)
  7. เปิดเคล็ดลับ! ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไหนใช้ธูปกี่ดอก...? (สัมภาษณ์ รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม) — ไทยรัฐออนไลน์

แชร์บทความนี้

LINEFacebook
โฆษณา
KEEP READING

ยังมีเรื่องน่าอ่านอีก

อ่านพิธีกรรมทั้งหมด
โฆษณา

ค้นหาทั้งเว็บไซต์

พิมพ์คำค้นภาษาไทยได้เลย เช่น “งู”, “ฤกษ์แต่งงาน”, “สีมงคล”