ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โดย กองบรรณาธิการ The Daily Mu

บายศรีสู่ขวัญคืออะไร? บายศรีเทพ พรหม ปากชาม ต่างกันอย่างไร

บายศรีสู่ขวัญคืออะไร ต่างจากบายศรีเทพ พรหม ปากชามอย่างไร รวมของที่ต้องเตรียม ลำดับพิธี ขั้นตอนภาคเหนือ-อีสาน ราคา วิธีทำง่าย ๆ รับขวัญทารก และคำถามที่พบบ่อย

บายศรีสู่ขวัญคืออะไร? บายศรีเทพ พรหม ปากชาม ต่างกันอย่างไร - พิธีกรรม | The Daily Mu
ในบทความนี้ 10 หัวข้อกลับไปด้านบน

ข้อสังเกตเรื่องตัวเลขมงคลและเลขเด็ด

ตัวเลขที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเชื่อพื้นบ้านเพื่อความบันเทิงและการศึกษาเท่านั้นมิใช่การชี้นำหรือสนับสนุนให้เล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคในรูปแบบใด ๆ โปรดใช้วิจารณญาณ ไม่เบียดเบียนตนเองและครอบครัว การทำมาหากินด้วยความสุจริตคือโชคลาภที่ยั่งยืนที่สุด

โฆษณา

ในวัฒนธรรมไทยมีความเชื่อว่า คนทุกคนเกิดมาพร้อม “ขวัญ” สิ่งนามธรรมที่คอยประคับประคองชีวิตและติดตามเจ้าของไปทุกหนแห่ง ขวัญที่สมบูรณ์ทำให้คนเรามีกำลังใจ ใจมั่นคง และอยู่เย็นเป็นสุข แต่เมื่อเจ็บป่วย ตกใจ เดินทางไกล หรือผ่านเหตุการณ์หนักหน่วง ขวัญก็อาจอ่อนลงหรือ “หลุดหาย” ไปได้

พิธีบายศรีสู่ขวัญ จึงถือกำเนิดขึ้นเป็นพิธีเชิญขวัญกลับคืนสู่ตัว ผ่านเครื่องเชิญขวัญที่ประณีตที่สุดของไทยอย่าง “บายศรี” บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ความหมายและที่มา ประเภทของบายศรีที่คนมักสับสน ไปจนถึงของที่ต้องเตรียม ลำดับพิธีทั้งแบบภาคเหนือและอีสาน วิธีทำบายศรีปากชามแบบง่าย ๆ ราคาตลาด และวิธีรับขวัญทารกที่ครอบครัวทำเองได้

บายศรีสู่ขวัญคืออะไร มีที่มาอย่างไร

คำว่า “บายศรี” สันนิษฐานว่ามาจากภาษาเขมร “บาย” แปลว่าข้าว รวมกับ “ศรี” แปลว่าสิริ หมายถึงข้าวอันเป็นสิริหรือข้าวขวัญ สอดคล้องกับรูปทรงดั้งเดิมของบายศรีที่เป็นกระทงใบตองบรรจุอาหาร ในขณะที่คำว่า “สู่ขวัญ” หมายถึงการเชิญขวัญให้กลับคืนมา บางท้องถิ่นเรียกพิธีนี้ว่า ทำขวัญ รับขวัญ หรือฮ้องขวัญ แล้วแต่ภูมิภาค

หลักฐานทางประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าบายศรีมีมาแต่สมัยอยุธยา ปรากฏเค้าในวรรณคดีเรื่องมหาชาติคำหลวง และได้รับการบันทึกไว้อย่างชัดเจนในพระราชพิธีสิบสองเดือนว่า เดิมบายศรีเป็นกระทงสำหรับบรรจุอาหารที่จัดตกแต่งอย่างงดงาม ต่อมาจึงพัฒนามาเป็นพานซ้อนกันสามชั้น ห้าชั้น และกลายเป็นเครื่องเชิญขวัญชั้นสูงในงานพระราชพิธี ซึ่งเป็นรากของบายศรีของหลวงที่ใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน

หัวใจของพิธีอยู่ที่ความเชื่อเรื่องขวัญ บางตำราแบ่งขวัญออกเป็น 32 ประการ ตามคติภาคเหนือและอีสาน เมื่อขวัญอ่อนลง คนจะรู้สึกไม่สบายใจ เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือพบอุปสรรคซ้ำ ๆ การสู่ขวัญจึงเป็นการเรียกขวัญที่หนีหายไปให้กลับมา พร้อมกับกล่าวโอวาทและคำอวยพรเพื่อให้เจ้าของขวัญมีกำลังใจที่เข้มแข็งขึ้น

คุณค่าที่แท้จริงของพิธีนี้จึงเป็นเรื่องของ จิตใจมากกว่าพิธีกรรม เป็นการแสดงความห่วงใยของคนรอบข้างผ่านการลงมือจัดบายศรี เรียกขวัญ และผูกข้อมือ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพิธีบายศรีสู่ขวัญจึงยังคงอยู่คู่สังคมไทย แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี

บายศรีมีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

ก่อนไล่ดูประเภทของบายศรี ควรเข้าใจคำเรียกองค์ประกอบก่อน เพราะเป็นภาษาช่างที่ได้ยินบ่อยในตำราและการสั่งทำบายศรี

  • นิ้ว คือใบตองที่ม้วนเป็นกรวยปลายแหลมหนึ่งชิ้น
  • ชั้น คือระดับของพานบายศรี นิยมทำ 3 5 7 หรือ 9 ชั้น
  • แม่ คือกรวยขนาดใหญ่ที่วางในตำแหน่งหลักของแต่ละทิศ
  • ลูก คือกรวยที่แทรกอยู่ระหว่างกรวยแม่ จำนวนของลูกจะมากกว่าแม่เสมอ

คำเรียกองค์ประกอบยังต่างกันตามภาค ภาคกลางเรียกว่า “ปั้น” หรือ “องค์” ภาคเหนือเรียกว่า “กาบ” หรือ “ขา” ส่วนภาคใต้และอีสานเรียกว่า “แม่” กับ “ลูก” สำหรับประเภทของบายศรีที่ใช้กันจริงในปัจจุบัน แบ่งได้ดังนี้

บายศรีปากชาม: พื้นฐานของบายศรีทุกชนิด

บายศรีปากชามทำจากใบตองม้วนเป็นกรวยหลายชั้นวางในชามหรือพาน ภายในกรวยบรรจุข้าวสุกที่อัดแน่น (เรียกว่าหัวบิณฑ์) บนยอดกรวยเสียบไข่ต้มปอกเปลือกที่เรียกว่า ไข่ขวัญ รอบกรวยประดับใบตองพับแหลมซ้อนเหลื่อมกันหลายชั้น (เรียกกว่านมแมว) สลับกับใบตองตัดหยักที่เรียกว่าแมงดา ตอนล่างวางกล้วยน้ำว้าและแตงกวาหรือขนมต้มเป็นเครื่องสังเวย ตำรากล่าวว่าบายศรีปากชามเป็น “บายศรีพื้นฐานของบายศรีทุกชนิด” เปรียบเหมือนการเรียนชั้นต้นก่อนจะทำบายศรีแบบอื่นได้ และเป็นบายศรีที่ใช้ได้กับทุกพิธี โดยตามตำรานิยมใช้เป็นคู่เสมอ หากพิธีไหนไม่มีบายศรีชนิดอื่น ก็ยังต้องมีบายศรีปากชามอย่างน้อยหนึ่งคู่

บายศรีเทพ: บายศรีสำหรับบูชาพระและบวงสรวงเทวดา

บายศรีเทพประกอบด้วยบายศรีแม่ 16 นิ้ว จำนวน 4 องค์ และบายศรีลูก 9 นิ้ว จำนวน 4 องค์ รวมเป็น 8 องค์ต่อพาน จำนวน 16 นิ้วมีความหมายถึง 16 ชั้นฟ้า ส่วนจำนวน 8 องค์หมายถึงทิศทั้งแปดที่มีเทพยดาปกปักรักษา จึงเป็นบายศรีที่ใช้สำหรับบูชาพระ บวงสรวงเทวดาอารักษ์ ไหว้ครูประจำปี และใช้ต้อนรับองค์เทพตามคติเทวโลก ถวายเป็นคู่หรือเดี่ยวก็ได้ แต่ถ้าถวายเดี่ยวต้องตั้งบายศรีไว้ตรงกลาง

บายศรีพรหม: บายศรีของพิธีใหญ่

บายศรีพรหมมีโครงสร้างคล้ายบายศรีเทพแต่ประณีตกว่า โดยต้องมีแม่ 16 นิ้วทั้ง 4 ทิศ และลูก 9 นิ้วทั้ง 4 ทิศเช่นกัน มีทั้งแบบบายศรีพรหมมาตรฐานและบายศรีพรหมสี่หน้า ซึ่งตัวองค์จะทำแบบประกบสองด้านให้ดูคล้ายลักษณะพระพักตร์ทั้งสี่ของพระพรหม ใช้ในพิธีบูชาพระพรหม พิธีบวงสรวงขนาดใหญ่ และพิธีมงคลระดับใหญ่ นอกจากนี้ยังมีบายศรีตอที่ใช้บูชาครู และบายศรีขันธ์ 5 ที่ใช้ในพิธีรับขันธ์ ซึ่งเครื่องในกรวยจะจัดเป็นชุดห้าส่วนพร้อมธูป 5 มัด

บายศรีของหลวง: บายศรีในพระราชพิธี

บายศรีของหลวงแบ่งเป็นสามแบบคือ บายศรีต้น ทำจากใบตองมีแป้นไม้เป็นโครง ทำเป็นชั้น 3 5 7 9 ชั้น บายศรีแก้ว ทอง เงิน ที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยตั้งบายศรีแก้วไว้กลาง ทองไว้ขวา เงินไว้ซ้าย ใช้ในการสมโภชเวียนเทียน และบายศรีตองรองทองขาว ที่ตั้งบนพานโลหะ บายศรีของหลวงยังคงใช้อยู่ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พิธีเฉลิมพระชนมพรรษาและพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โดยคติท้องถิ่นภาคเหนือยังสืบทอด พิธีบายศรีทูลพระขวัญ เพื่อถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์สืบมา

บายศรีของภาคเหนือและภาคอีสาน

ภาคเหนือเรียกบายศรีว่า “ใบสี” หรือ “ใบสีนมแมว” และเรียกพานบายศรีว่าขันใบสี บายศรีเหนือแบ่งเป็นบายศรีหลวงหรือบายศรีใหญ่ กับบายศรีนมแมวหรือขันผูกมือ โดยแบบหลังนี้คือบายศรีที่ใช้ในพิธีสู่ขวัญทั่วไป มีเอกลักษณ์ที่ “สลุง” หรือขันขนาดย่อมวางบนพาน และในอดีตนิยมนับความสูงของบายศรีเป็นศอก คืบ สามนิ้วของเจ้าของพิธี ภาคอีสานเรียกบายศรีว่า พาขวัญ พาบายศรี หรือหมากเบ็ง ตามแต่ละท้องถิ่น โดยหมากเบ็งมักทำเป็นกรวยยอดสูงใช้ในพิธีที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา

ในปัจจุบันยังมีบายศรีแบบประยุกต์ที่นิยมสั่งทำกันมาก เช่น บายศรีพญานาค ที่นำลวดลายพญานาคมาประดับยอดและตัวองค์ ใช้ในพิธีบวงสรวงและโอกาสที่เนื่องด้วยความเชื่อเรื่องพญานาคซึ่งพบมากในภาคอีสาน และ บายศรีเทพ–พรหมเปิดทรัพย์ ซึ่งเป็นชื่อเรียกเชิงการค้าของบายศรีเทพและบายศรีพรหมชุดใหญ่ที่คุ้นเคยกันดีในหมู่ผู้จัดพิธีเปิดร้านและบวงสรวงขอโชคลาภ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือตารางเปรียบเทียบแบบที่ใช้บ่อยในปัจจุบัน

ประเภทใช้ในงานจุดสังเกต
บายศรีปากชามได้ทุกพิธี ใช้เป็นคู่กรวยในชามหรือพาน มีไข่ขวัญบนยอด
บายศรีเทพบูชาพระ บวงสรวง ไหว้ครูแม่ 16 นิ้ว 4 องค์ ลูก 9 นิ้ว 4 องค์
บายศรีพรหมพิธีใหญ่ บูชาพระพรหมผังสี่ทิศประณีต มีแบบพรหมสี่หน้า
บายศรีหลวงพระราชพิธีบายศรีต้น แก้ว ทอง เงิน
บายศรีนมแมว (เหนือ)สู่ขวัญ แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่มีสลุงหรือขันย่อมวางบนพาน
โฆษณา

บายศรีใช้ในงานมงคลอะไรบ้าง ต้องใช้แบบไหน

บายศรีเป็นเครื่องเชิญขวัญของงานมงคลโดยเฉพาะ ตำราโบราณระบุชัดเจนว่าบายศรีไม่ใช้ในงานอวมงคล ต่างจากพิธีอย่างการลอยอังคารที่เป็นพิธีสำหรับผู้ล่วงลับ งานมงคลที่นิยมจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญมีดังนี้

งานแต่งงาน

พิธีบายศรีสู่ขวัญในงานแต่งเป็นที่นิยมมากในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยมากจัดต่อเนื่องจากพิธีแห่ขันหมากและรับสินสอด รายละเอียดที่ต่างกันเล็กน้อยตามภาค ในแบบอีสานหมอสูตรหรือพราหมณ์จะปอกไข่ต้มแล้วใช้เส้นผมตัดผ่านไข่แดงเพื่อทำนายดวงชะตาคู่บ่าวสาว หากไข่แดงอยู่กลางพอดีถือเป็นมงคล จากนั้นบ่าวสาวป้อนไข่ให้กันและผูกข้อมือรับขวัญ ส่วนแบบภาคเหนือปู่อาจารย์จะเป็นผู้เรียกขวัญและปัดเคราะห์ให้คู่บ่าวสาว แล้วญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายผูกข้อมือให้ตามลำดับ ข้อน่าสังเกตคือตามธรรมเนียมดั้งเดิม งานแต่งที่มีพิธีบายศรีสู่ขวัญมักไม่จัดพิธีรดน้ำสังข์ซ้ำ อย่างไรก็ดีปัจจุบันหลายคู่เลือกจัดทั้งสองอย่างตามความสมัครใจ ทั้งนี้ จำนวนบายศรีในงานแต่งนิยมจัดเป็นเลขคู่ เช่น 4 6 หรือ 8 องค์ เพื่อสื่อถึงชีวิตคู่ ต่างจากงานมงคลอื่นที่นิยมเลขคี่

งานบวชและพิธีสู่ขวัญนาค

การบวชเป็นอีกโอกาสสำคัญของพิธีบายศรีสู่ขวัญ โดยเฉพาะพิธี ทำขวัญนาค ซึ่งจัดขึ้นก่อนวันอุปสมบทหนึ่งวัน เพื่อกล่อมเกลาจิตใจผู้ที่จะบวชและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เพศบรรพชิต ลำดับพิธีเริ่มจากจุดเทียนชัยบนยอดบายศรี แล้วหมอขวัญจะแหล่ทำขวัญตามบท ซึ่งดำเนินเรื่องตั้งแต่การปฏิสนธิ การคลอด กล่อมนอน ไปจนถึงพระคุณของพ่อแม่ พิธีแบบเต็มตำราใช้เวลาราวสองถึงสามชั่วโมง นิยมใช้บายศรี 3 หรือ 5 ชั้นตามขนาดงาน และในขันบายศรีมักใส่เสื้อของเจ้าของพิธีลงไปด้วยตามคติ “บายศรีเป็นของสูง”

รับขวัญทารกแรกเกิด

สำหรับทารกแรกเกิด ครอบครัวไทยแต่เดิมจัดพิธีทำขวัญวันเมื่อเด็กอายุครบ 3 วัน โดยใช้บายศรีปากชาม 1 สำรับ ด้ายสายสิญจน์ และขันน้ำอุ่นกับช้อน ในพิธีจะมีการล้อมวงเด็ก อธิษฐานขอให้เทวดาคุ้มครอง ปัดเคราะห์ แล้วผูกข้อมือเด็กทั้งสองข้างพร้อมคำอวยพร จากนั้นเจิมหน้าผากด้วยแป้งกระแจะและให้เด็กกินน้ำ 5 ช้อน เป็นพิธีเล็ก ๆ ที่ทำกันเองในครอบครัวได้ ไม่จำเป็นต้องเชิญพระสงฆ์ เว้นแต่ครอบครัวต้องการจัดใหญ่ก็ทำได้ตามศรัทธา

ขึ้นบ้านใหม่ วันเกิด และโอกาสอื่น ๆ

บายศรีภาคเหนือยังระบุการใช้งานไว้กว้างกว่าที่หลายคนคิด ได้แก่ พิธีต้อนรับแขกผู้มาเยือนและผู้เดินทางไกล งานวันเกิด งานปีใหม่ งานขึ้นบ้านใหม่ พิธีบวชนาค พิธีแต่งงาน การรับขวัญผู้หายป่วย และการรับขวัญผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งหรือย้ายมารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งตรงกับความนิยมในปัจจุบันที่หลายหน่วยงานจัดบายศรีสู่ขวัญให้ผู้เกษียณอายุราชการ ข้าราชการบรรจุใหม่ และบัณฑิตจบใหม่ นอกจากนี้ยังมีงานไหว้ครูและปัจฉิมนิเทศของนักเรียนนักศึกษาที่นิยมจัดพานบายศรีเป็นเครื่องสักการะครูอาจารย์ ตลอดจนพิธีทำขวัญข้าวและรับขวัญข้าวเพื่อบูชาพระแม่โพสพตามคติเกษตรกรรมไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่มีการใช้บายศรี

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนทำบุญในโอกาสวันเกิด อ่านแนวทางต่อได้ที่วิธีทำบุญวันเกิดให้ครบถ้วน หรือหากเป็นการไหว้ศาลพระภูมิซึ่งนิยมเพิ่มบายศรีปากชามหนึ่งคู่ในงานไหว้ใหญ่ ดูรายละเอียดได้ที่ของไหว้ศาลพระภูมิครบชุด

สรุปสั้น ๆ ว่างานแบบไหนนิยมใช้บายศรีอะไร

งานบายศรีที่นิยมใช้
แต่งงานบายศรีปากชามหรือบายศรีนมแมว จำนวนเป็นคู่
บวชและสู่ขวัญนาคบายศรี 3 หรือ 5 ชั้น พร้อมขันบายศรีใส่เสื้อเจ้าของพิธี
รับขวัญทารกบายศรีปากชาม 1 สำรับ
ขึ้นบ้านใหม่และพิธีไหว้ศาลบายศรีปากชาม 1 คู่
เกษียณ รับตำแหน่ง และต้อนรับบายศรีนมแมวหรือบายศรีประยุกต์ตามสะดวก

พิธีบายศรีสู่ขวัญ: ต้องเตรียมอะไร และมีลำดับขั้นตอนอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าพิธีนี้ต้องจ้างหมอขวัญเท่านั้นจึงจะจัดได้ ความจริงคือพิธีสู่ขวัญในครอบครัวจัดได้เอง ถ้าเข้าใจองค์ประกอบหลักต่อไปนี้

ของที่ต้องเตรียม

  • บายศรี เลือกตามประเภทงาน งานทั่วไปใช้บายศรีปากชามเป็นคู่ งานบูชาพระและบวงสรวงใช้บายศรีเทพหรือพรหม
  • ด้ายผูกข้อมือ ใช้ด้ายดิบหรือสายสิญจน์ที่ผ่านการเจริญพระพุทธมนต์มาแล้วยิ่งเป็นมงคล ตามคติภาคเหนือจัดเตรียมเป็น 3 เส้นหรือ 9 เส้น โดยแต่ละเส้นยาวประมาณหนึ่งศอกของผู้รับขวัญ แล้วขดเป็นวงไว้ให้ผูกได้ทันที
  • ขันน้ำและขันสำหรับพิธี เช่น ขันน้ำสะอาด หรือขันแดงตามแต่ผู้ประกอบพิธีจะกำหนด
  • เครื่องสังเวย ที่พบบ่อยคือข้าวสุก ไข่ต้ม กล้วย แตงกวา ขนมต้ม หมากพลู เมี่ยง น้ำสะอาด และน้ำมะพร้าวอ่อน บางท้องถิ่นใส่เสื้อของเจ้าของพิธีลงในขันบายศรีตามคติบายศรีเป็นของสูง
  • ของรับไหว้หรือซอง สำหรับมอบให้หมอขวัญและแขกผู้ใหญ่ที่ร่วมผูกข้อมือ เป็นธรรมเนียมที่ปรับตามกำลังของครอบครัว

ตามธรรมเนียมดั้งเดิม ผู้จัดพานบายศรีของงานแต่งงานจะเลือกผู้ที่มีความประพฤติดี มีคู่ครองคนเดียว เพื่อเป็นเคล็ดความมั่นคงของคู่บ่าวสาว ตัวด้ายผูกข้อมือห้ามใช้ของมีคมตัด ให้เด็ดหรือดึงให้ขาดเอง เพราะการตัดด้วยมีดเป็นธรรมเนียมของด้ายในงานศพ ความเชื่อเหล่านี้แม้ไม่มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศพิธีที่ทำให้คนในงานรู้สึกอบอุ่นใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่แท้จริงของงานมงคล

ลำดับขั้นตอนพิธีสู่ขวัญแบบทั่วไป

พิธีในงานส่วนใหญ่ดำเนินตามลำดับนี้ จะมากจะน้อยขึ้นกับบทของหมอขวัญและธรรมเนียมท้องถิ่น

  1. จัดตั้งบายศรี ไว้ตรงหน้าผู้รับขวัญ โดยให้บายศรีอยู่ระดับสายตาหรือสูงกว่าเล็กน้อย
  2. กล่าวบูชา ผู้ประกอบพิธีหรือผู้ใหญ่ในบ้านจุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัยและอัญเชิญเทวดา
  3. ปัดเคราะห์ ลูบแขนหรือปัดตัวผู้รับขวัญด้วยด้ายหรือมือเปล่า เพื่อปัดเคราะห์และโรคภัยออกไป
  4. เรียกขวัญ หมอขวัญหรือปู่อาจารย์กล่าวเรียกขวัญ โดยยกประวัติของผู้รับขวัญและเชิญขวัญให้กลับมาอยู่กับตัว
  5. ผูกข้อมือ ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือผลัดกันผูกด้ายที่ข้อมือ พร้อมกล่าวคำอวยพรทีละคน โดยมากเริ่มจากด้านซ้ายแล้วตามด้วยด้านขวา
  6. ให้โอวาทและมอบของ ผู้รับขวัญรับโอวาทและให้พรตอบ แล้วมอบของรับไหว้แก่ผู้ร่วมพิธี
  7. ปิดพิธี บางท้องถิ่นนำไข่ขวัญมาปอกและแบ่งกันรับประทานเป็นสิริมงคล ก่อนเก็บบายศรีให้เรียบร้อย

สำหรับบายศรีที่นับจำนวนเป็นคู่ในงานแต่ง พิธีแบบอีสานจะปอกไข่ต้มแล้วใช้เส้นผมตัดเป็นตัวทำนาย ถ้าไข่แดงตั้งอยู่กลางพอดีตามด้วยการป้อนไข่ให้กันคนละครึ่ง โดยเจ้าบ่าวใช้มือซ้ายป้อนเจ้าสาวและเจ้าสาวใช้มือขวาป้อนเจ้าบ่าว แล้วจึงผูกข้อมือรับขวัญปิดท้าย ส่วนแบบล้านนาจะเรียกขวัญตามคติ 32 ขวัญ แล้วญาติผู้ใหญ่ผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวตามลำดับอาวุโสจากฝ่ายเจ้าสาวก่อนฝ่ายเจ้าบ่าว

ใช้เวลาเท่าไหร่ ใครเป็นคนทำ

พิธีสู่ขวัญในงานทั่วไปใช้เวลาราว 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นกับความยาวของบทและจำนวนผู้รับขวัญ ส่วนพิธีทำขวัญนาคแบบเต็มตำราใช้เวลาราว 2 ถึง 3 ชั่วโมง จัดช่วงเช้าก่อนพิธีหลักหรือก่อนฤกษ์งาน และทำวันพระได้ตามปกติ ไม่มีข้อห้าม ผู้ประกอบพิธีมีตั้งแต่หมอขวัญหรือพราหมณ์มืออาชีพ พระสงฆ์ที่สวดเจริญพระพุทธมนต์ประกอบพิธี ไปจนถึงปู่ย่าตายายหรือญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว สำหรับพิธีง่าย ๆ ในบ้าน ใครเป็นประธานก็ได้ ขอให้เข้าใจลำดับพิธีและมีจิตใจตั้งมั่นเป็นพุทธบูชา

คติความเชื่อที่ซ่อนอยู่ในบายศรี องค์ประกอบแต่ละอย่างมีความหมายอะไร

บายศรีไม่ใช่แค่การประดิษฐ์ใบตองให้สวยงาม ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้มีความหมาย จึงจัดเป็นภูมิปัญญามากกว่าความเชื่อเพียงอย่างเดียว

ไข่ขวัญ ไข่ต้มที่เสียบบนยอดบายศรีและปอกเปลือกในช่วงพิธี หมายถึงขวัญของเจ้าของงาน การปอกไข่บนยอดบายศรีจึงเทียบได้กับการเรียกขวัญกลับคืน

ข้าวในกรวย ข้าวสุกที่อัดแน่นในกรวยบายศรี (หัวบิณฑ์) แทนความอุดมสมบูรณ์ของอาหารและชีวิต กล้วยน้ำว้าที่วางสลับแทนกล้วยน้ำไทในอดีต ส่วนแตงกวาแทนผักสดนานาชนิด

วางผังตามความเชื่อเรื่องโลก บายศรีเทพและพรหมมีแม่ 16 นิ้วแทน 16 ชั้นฟ้า และลูกหรือองค์ 8 แทนทิศทั้งแปด ส่วนบายศรีปากชามที่ใช้แม่และลูกอย่างละ 3 องค์ตามตำราภาคกลาง แทนคุณพระรัตนตรัย หรือตามคติพราหมณ์คือตรีมูรติ

จำนวนชั้นเป็นเลขคี่ งานมงคลทั่วไปนิยมบายศรีจำนวนชั้น 3 5 7 9 เพราะเลขคี่สัมพันธ์กับงานมงคล ทำนองเดียวกับการนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวนคี่ ส่วนงานอวมงคลใช้เลขคู่ อย่างไรก็ดี บายศรีในงานแต่งงานกลับนิยมจัดเป็นจำนวนคู่ 4 6 8 เพื่อหมายถึงชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกัน จึงเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ

บายศรีเป็นของสูง ธรรมเนียมจึงไม่ใส่ผ้าถุงหรือกางเกงของเจ้าของพิธีลงในขันบายศรี แต่ใส่ได้เพียงเสื้อ และห้ามพับหรือเด็ดกลีบดอกบัวที่ใช้ตกแต่งยอดบายศรีอย่างเด็ดขาด ต้องใช้ดอกบัวตูมเสียบตรง ๆ เท่านั้น

ความเชื่อเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้ยึดติด แต่มีไว้ให้เข้าใจว่า บรรพบุรุษของเราสื่อความหมายผ่านสิ่งของรอบตัวอย่างไร การรู้ที่มาของแต่ละองค์ประกอบทำให้การจัดบายศรีสนุกขึ้นและอธิบายให้เด็กรุ่นใหม่ฟังได้อย่างภาคภูมิ ขณะเดียวกันก็ควรเปิดใจว่าการปรับประยุกต์ให้เหมาะกับยุคสมัย เช่น การใช้ดอกไม้หรือวัสดุทดแทน ก็เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติของวัฒนธรรม ไม่ใช่การทำลายของเดิม ตราบใดที่ยังคงความตั้งใจดีของพิธีไว้

วิธีทำบายศรีปากชามแบบง่ายสำหรับมือใหม่

การทำบายศรีเองไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถ ถ้าเริ่มจากบายศรีปากชามขนาดเล็ก โดยเข้าใจว่าแม้ตำราดั้งเดิมจะลงรายละเอียดมาก แต่หลักการพื้นฐานมีเพียงไม่กี่ข้อ

บายศรีปากชามจากใบตองกับริบบิ้นผูกข้อมือในบรรยากาศอบอุ่น แบบภาพวาดพาสเทล

วัสดุที่ต้องเตรียม

  • ใบตองกล้วยตานีสีเขียวเข้มเนื้อหนา จำนวนตามผังบายศรี (บายศรี 3 ชั้น ชั้นละ 4 ทิศ ต้องใช้กรวยแม่อย่างน้อย 12 กรวย และกรวยลูกอีก 108 กรวย จึงควรฉีกใบตองเผื่อไว้เสมอ)
  • พานแว่นฟ้าหรือขันโตกสำหรับเป็นฐาน
  • โฟมสำหรับรองพื้นพาน
  • ไม้ปลายแหลมสำหรับปักยึดชิ้นงาน
  • ลวดเย็บกระดาษและกรรไกร
  • ดอกพุดสำหรับใส่ปลายกรวย ดอกรักสำหรับร้อยมาลัย และดอกดาวเรืองหรือบานไม่รู้โรยสำหรับประดับ
  • น้ำผสมสารส้มและน้ำมันมะกอกสำหรับแช่ใบตอง

ลำดับการทำแบบย่อ

เริ่มจากเช็ดใบตองให้สะอาดตามรอยเส้นใบ ผึ่งให้แห้งแล้วฉีกเป็นชิ้น ๆ กว้างประมาณ 2 นิ้วสำหรับกรวยแม่และกรวยลูก และ 1.5 นิ้วสำหรับใบห่อ ม้วนเป็นกรวยปลายแหลมโดยสอดดอกพุดที่ปลายกรวยลูก เย็บด้วยลวดเย็บจนแน่น จากนั้นนำกรวยแม่ 1 กรวยประกบกับกรวยลูก 9 กรวย ห่อรวมกันด้วยใบห่อเป็น “ริ้ว” หนึ่งริ้ว ทำจนครบทุกทิศ นำริ้วไปแช่น้ำผสมสารส้มประมาณ 20 นาทีให้ใบตองอยู่ทรง แล้วตามด้วยน้ำมันมะกอกให้ผิวเงางาม เมื่อได้ครบแล้วจึงปักริ้วลงบนพาน เริ่มจากชั้นล่างสุดโดยเว้นระยะสี่ทิศให้เท่ากัน ชั้นถัดไปสลับตำแหน่งให้เหลื่อมกัน รวบปลายริ้วเข้าหากันและครอบด้วยกรวยกลางเป็นยอด ปิดท้ายด้วยการร่องใบเงินใบทองและประดับด้วยดาวเรืองหรือมาลัยตามต้องการ

เคล็ดล่างสำหรับงานใบตอง

สองเคล็ดที่มือใหม่มักไม่รู้คือ หนึ่ง ใบตองห้ามเช็ดขวางเส้นใบเด็ดขาดเพราะจะแตกง่าย ให้เช็ดตามแนวเส้นเท่านั้น และสอง การแช่สารส้มก่อนน้ำมันมะกอกเป็นขั้นตอนที่ทำให้ใบตองอยู่ทรงและเงางาม ถ้าทำบายศรีเสร็จล่วงหน้าควรใช้ภายในหนึ่งถึงสองวัน หรือเก็บในที่เย็นพรมน้ำเบา ๆ ห่อด้วยผ้า ถ้ารู้สึกว่ายากเกินไปในครั้งแรก การเริ่มจากบายศรีปากชามยอดเดียวแบบง่ายก่อน ก็เป็นวิธีฝึกที่ช่างใบตองรุ่นเก่าหลายคนแนะนำเช่นกัน

บายศรีราคาเท่าไหร่ เลือกซื้อแบบไหนให้คุ้ม

ราคาบายศรีไม่ได้กำหนดตายตัว แต่โดยภาพรวมของท้องตลาด แบ่งได้เป็นสามระดับดังนี้

  • บายศรีสำเร็จรูปจากผ้า กระดาษ หรือวัสดุเทียม ราคาเริ่มตั้งแต่หลักสิบถึงหนึ่งถึงสามร้อยบาทต่อชุด เหมาะกับพิธีเล็ก ๆ ในบ้าน ข้อดีคือเก็บได้นานและราคาย่อมเยา
  • บายศรีใบตองสดแบบเรียบง่าย ราคาประมาณสองถึงห้าร้อยบาทต่อชุด ขึ้นกับจำนวนชั้นและจำนวนคู่ เหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการขนาดใหญ่
  • บายศรีขนาดใหญ่ บายศรีเทพ บายศรีพรหม และชุดบายศรีเทพ–พรหมเปิดทรัพย์ เริ่มตั้งแต่หกร้อยบาทขึ้นไปจนถึงหลักพัน ตามจำนวนชั้น ความสูง และความประณีตของงานใบตอง

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันมากคือ วัสดุ (ใบตองสดงานฝีมือ ต่างจากผ้าหรือวัสดุสำเร็จรูป) จำนวนชั้นและจำนวนองค์ จำนวนคู่ ระยะเวลาสั่งเร่ง และทำเลของร้าน สำหรับงานแต่งงาน ปริมาณที่ใช้คือบายศรีคู่หนึ่งเป็นอย่างน้อย บวกบายศรีขนาดเล็กสำหรับขันหมากและของไหว้ตามที่เจ้าภาพกำหนด

สิ่งที่ควรจำคือบายศรีใบตองสดมีอายุการใช้งานสั้น ควรสั่งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันและรับของก่อนวันพิธีไม่เกินหนึ่งคืน โดยเช็กกับร้านเป็นระยะ ทั้งนี้ ราคาข้างต้นเป็นเพียงแนวทางจากท้องตลาด ควรสอบถามผู้ขายโดยตรงอีกครั้ง และที่สำคัญคืออย่าลืมว่าราคาไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณค่าเพียงอย่างเดียว บายศรีที่ประณีตต่องานฝีมือของช่างชุมชนในราคาหลักร้อย ย่อมเปี่ยมคุณค่าไม่แพ้ชิ้นที่แพงกว่า

ผูกข้อมือรับขวัญ รับขวัญทารก และธรรมเนียมที่ควรรู้

ส่วนที่คนพูดถึงมากที่สุดของพิธีบายศรีสู่ขวัญในชีวิตประจำวัน ก็คือการผูกข้อมือรับขวัญ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีสมาชิกเกิดใหม่

รับขวัญทารกแรกเกิด

ตามธรรมเนียมดั้งเดิม เมื่อทารกอายุครบ 3 วัน ครอบครัวจะจัดพิธีทำขวัญวัน ซึ่งในอดีตจัดกันเองในบ้านโดยไม่ต้องนิมนต์พระสงฆ์ เตรียมบายศรีปากชาม 1 สำรับ ข้าวของเครื่องใช้ตามเพศของเด็ก เช่น สมุดดินสอสำหรับเด็กชายหรือด้ายกับเข็มสำหรับเด็กหญิง แป้งกระแจะหอม และขันน้ำอุ่นกับช้อน ในพิธี ผู้ใหญ่จะล้อมวงเด็ก อธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ปัดเคราะห์ด้วยด้าย จากนั้นผูกด้ายที่ข้อมือเด็กทั้งสองข้างพร้อมคำอวยพรให้มีอายุมั่นขวัญยืน เจิมหน้าผากด้วยแป้งหอม แล้วให้เด็กกินน้ำ 5 ช้อนตามคติ แล้วปิดท้ายด้วยการให้ศีลให้พรจากผู้ใหญ่ สำหรับของขวัญรับขวัญหลานในปัจจุบัน นิยมให้ทองคำ สร้อยข้อมือ หรือซองเงินตามกำลังและความสัมพันธ์ ไม่มีอัตรากำหนดตายตัว สิ่งที่มีค่าที่สุดคือการสานสัมพันธ์ในครอบครัวที่พิธีนี้มอบให้

ผูกข้อมือให้ถูกวิธี: ข้างไหน ไว้กี่วัน ใครควรผูก

คำถามยอดนิยมคือผูกข้อมือข้างไหน ความเชื่อพื้นบ้านมีคำกลอนว่า “ผูกมือซ้ายให้ขวัญมา ผูกมือขวาให้ขวัญอยู่” บางท้องถิ่นจึงผูกทั้งสองข้าง บางแห่งเริ่มซ้ายก่อนแล้วต่อขวา และมีบางแห่งผูกเฉพาะข้างที่ถนัด เนื้อหาสาระอยู่ที่คำอวยพรที่กล่าวระหว่างผูกมากกว่าข้างที่ผูก ผู้ผูกควรเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือผู้ที่เรานับถือ เริ่มจากผู้อาวุโสที่สุดก่อน ด้ายที่ใช้ผูกนิยมเป็นด้ายดิบเช่นเดิม สายสิญจน์ที่ผ่านการสวดแล้วยิ่งเป็นมงคล ตามคติภาคเหนือจัดเป็น 3 หรือ 9 เส้นรวมกัน ยาวประมาณหนึ่งศอกของเจ้าของมือ

ส่วนคำถามว่าผูกไว้กี่วันนั้น ไม่มีกำหนดตายตัว นิยมปล่อยให้ด้ายหลุดหรือขาดเอง อย่างน้อยประมาณ 3 วัน บางคนบอกว่ายิ่งอยู่นานยิ่งดี บางท่านให้ผูกใหม่ในโอกาสสำคัญถัดไป สำหรับทารกตามธรรมเนียมทำขวัญวันมักผูกไว้ราว 3 วันก่อนปลดในพิธี ข้อควรจำคือการผูกไม่ควรแน่นเกินไปและควรเลี่ยงบริเวณที่มีบาดแผล ถ้าผู้รับขวัญเจ็บป่วยหรือมีแผล ควรให้แพทย์ดูแลตามปกติ เพราะการสู่ขวัญเป็นเรื่องของขวัญและกำลังใจ ไม่ใช่การรักษาโรค การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: บายศรีสู่ขวัญคืออะไร ตอบ: พิธีบายศรีสู่ขวัญคือพิธีเรียกขวัญตามความเชื่อของคนไทย จัดขึ้นเพื่อเชิญขวัญที่อ่อนหรือหลงหายให้กลับมาอยู่กับตัว ให้กำลังใจและความเป็นสิริมงคล โดยใช้บายศรีที่ทำจากใบตองเป็นเครื่องเชิญขวัญ นิยมทำในงานมงคล เช่น แต่งงาน บวช รับขวัญทารก ขึ้นบ้านใหม่ และรับขวัญผู้เดินทางไกลหรือผู้หายป่วย

ถาม: บายศรีมีกี่ประเภท ตอบ: แบ่งกว้าง ๆ ได้เป็นบายศรีของหลวงกับบายศรีของราษฎร บายศรีของราษฎรที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ บายศรีปากชาม บายศรีเทพ บายศรีพรหม บายศรีตอ และบายศรีหลักหรือบายศรีต้น ส่วนภาคเหนือและภาคอีสานมีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น บายศรีนมแมว พาขวัญ และหมากเบ็ง

ถาม: บายศรีเทพกับบายศรีพรหมต่างกันอย่างไร ตอบ: ทั้งสองแบบใช้โครงสร้างหลักคือบายศรีแม่ 16 นิ้วและลูก 9 นิ้วเหมือนกัน ต่างกันที่การใช้งาน บายศรีเทพใช้บูชาพระและบวงสรวงเทวดาอารักษ์ ส่วนบายศรีพรหมใช้ในพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระพรหมและพิธีใหญ่ โดยบายศรีพรหมสี่หน้าจะมีผังสี่ทิศชัดเจนและตัวองค์ประณีตกว่า

ถาม: บายศรีปากชามต่างจากบายศรีเทพอย่างไร ตอบ: บายศรีปากชามเป็นบายศรีพื้นฐานที่สุด ใช้ใบตองม้วนเป็นกรวยวางในชามหรือพาน ใช้ได้กับทุกพิธีและตามตำรานิยมใช้เป็นคู่ ส่วนบายศรีเทพเป็นบายศรีขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับบูชาพระและบวงสรวงโดยเฉพาะ ถวายเป็นคู่หรือเดี่ยวก็ได้ แต่ถ้าเป็นเดี่ยวควรตั้งไว้ตรงกลาง

ถาม: งานแต่งต้องมีบายศรีไหม ตอบ: ไม่บังคับ ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของแต่ละครอบครัว ตามแบบภาคเหนือและภาคอีสาน ถ้าเจ้าภาพเลือกจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ มักไม่จัดพิธีรดน้ำสังข์ซ้ำในวันเดียวกันเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน แต่ปัจจุบันหลายคู่เลือกจัดทั้งสองอย่างตามความสมัครใจ เพราะต่างเป็นพิธีมงคลด้วยกันทั้งคู่

ถาม: งานบวชใช้บายศรีกี่ชั้น ตอบ: โดยทั่วไปนิยมบายศรี 3 หรือ 5 ชั้นตามกำลังและขนาดของงาน ส่วน 7 ถึง 9 ชั้นมักใช้ในงานใหญ่หรือสำหรับผู้มีฐานันดรสูง หลักสำคัญคือจำนวนชั้นนิยมเป็นเลขคี่สำหรับงานมงคล และขนาดควรพอเหมาะกับสถานที่และจำนวนแขกในงาน

ถาม: พิธีบายศรีสู่ขวัญใช้เวลานานไหม ทำช่วงไหนได้บ้าง ตอบ: พิธีสู่ขวัญทั่วไปใช้เวลาราว 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับบทและจำนวนผู้รับขวัญ ส่วนพิธีทำขวัญนาคแบบเต็มตำราใช้เวลาราว 2 ถึง 3 ชั่วโมง โดยมากจัดช่วงเช้าหรือช่วงที่สะดวกก่อนพิธีหลัก ไม่มีข้อห้ามเรื่องวัน และสามารถจัดในวันพระได้ตามปกติ

ถาม: ต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับพิธีบายศรีสู่ขวัญ ตอบ: หลัก ๆ คือบายศรีตามประเภทของงาน ด้ายดิบหรือสายสิญจน์สำหรับผูกข้อมือ ขันน้ำและขันสำหรับผู้ประกอบพิธี รวมถึงเครื่องสังเวย ได้แก่ ข้าว ไข่ต้ม กล้วย แตงกวา ขนมต้ม หมากพลู และน้ำสะอาด หากต้องการรายละเอียดครบถ้วนควรปรึกษาหมอขวัญหรือร้านบายศรีล่วงหน้า เพราะเครื่องสังเวยบางอย่างขึ้นอยู่กับธรรมเนียมท้องถิ่น

ถาม: ผูกข้อมือรับขวัญผูกข้างไหน ตอบ: ตามความเชื่อพื้นบ้านมีคำกล่าวว่า ผูกมือซ้ายให้ขวัญมา ผูกมือขวาให้ขวัญอยู่ หลายครอบครัวจึงผูกทั้งสองข้างหรือเริ่มจากข้างซ้ายแล้วตามด้วยข้างขวา ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่น ผู้ผูกควรเป็นผู้ใหญ่หรือผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อกล่าวคำอวยพรประกอบการผูกให้เป็นสิริมงคล

ถาม: ด้ายผูกข้อมือห้ามตัดจริงไหม ตอบ: เป็นความเชื่อดั้งเดิมว่าควรเด็ดหรือดึงด้ายให้ขาดเองมากกว่าใช้ของมีคมตัด เพราะการตัดด้วยมีดเป็นธรรมเนียมของด้ายที่ใช้ในงานศพ ปัจจุบันหลายครอบครัวยังถือปฏิบัติตามความเชื่อนี้ และหลายครอบครัวก็ตัดตามความสะดวก ขึ้นอยู่กับความสบายใจของเจ้าของพิธีเป็นหลัก

ถาม: ผูกข้อมือต้องไว้กี่วัน ตอบ: นิยมผูกไว้จนกว่าด้ายจะหลุดหรือขาดเอง อย่างน้อยประมาณ 3 วัน สำหรับเด็กทารกตามธรรมเนียมทำขวัญวันมักผูกไว้ราว 3 วันก่อนปลดตามพิธี แต่ปัจจุบันปรับได้ตามความเหมาะสม ไม่มีกำหนดตายตัวว่าผูกไว้นานเท่าใดจึงจะไม่เป็นมงคล

ถาม: รับขวัญหลานหรือรับขวัญทารกต้องเตรียมอะไร ตอบ: ตามธรรมเนียมดั้งเดิมเตรียมบายศรีปากชาม 1 สำรับ ด้ายสายสิญจน์ ขันน้ำอุ่นกับช้อน ข้าวของเครื่องใช้ตามเพศของเด็ก และแป้งกระแจะหอมสำหรับเจิม จากนั้นผู้ใหญ่ในครอบครัวล้อมวงปัดเคราะห์ ผูกข้อมือทั้งสองข้าง อวยพร และให้เด็กกินน้ำ 5 ช้อนตามพิธี ส่วนของขวัญรับขวัญนิยมให้เป็นทองคำ สร้อยข้อมือ หรือซองเงินตามกำลังและความสนิท ไม่มีอัตรากำหนดตายตัว

ถาม: บายศรีใบตองสดอยู่ได้กี่วัน ตอบ: บายศรีที่ทำจากใบตองสดควรใช้งานภายใน 1 ถึง 2 วัน เพราะใบตองจะเริ่มคล้ำและเสียทรง หากจำเป็นต้องทำล่วงหน้าควรเก็บในที่เย็น หลีกเลี่ยงแดดและลม และพรมน้ำบางเบา ส่วนบายศรีที่ทำจากผ้า กระดาษ หรือวัสดุเทียมเก็บได้เป็นสัปดาห์ขึ้นไป จึงเหมาะกับงานที่ต้องเตรียมล่วงหน้านาน

ถาม: บายศรีราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหนได้บ้าง ตอบ: ราคาโดยประมาณในท้องตลาด เริ่มตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยสำหรับบายศรีสำเร็จรูปชุดเล็ก และหลักร้อยถึงหลักพันขึ้นไปสำหรับบายศรีใบตองสดหลายชั้นหรือบายศรีเทพและบายศรีพรหมแบบจัดเต็ม ราคาขึ้นอยู่กับวัสดุ จำนวนชั้น ขนาด และความเร่งด่วน ซื้อได้ที่ร้านขายพานบายศรี ปากคลองตลาด ร้านสังฆภัณฑ์ ร้านดอกไม้ หรือสั่งจากช่างบายศรีในชุมชน และควรสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ถึง 2 วัน

ถาม: บายศรีพญานาคคืออะไร ตอบ: บายศรีพญานาคเป็นบายศรีแบบประยุกต์ที่นำลวดลายหรือรูปพญานาคมาประดับยอดและตัวองค์ นิยมใช้ในพิธีบวงสรวงและโอกาสที่เนื่องด้วยความเชื่อเรื่องพญานาค เช่น การขอพรพญานาค พิธีตามความเชื่อท้องถิ่นภาคอีสาน และพิธีขึ้นบ้านใหม่บางท้องถิ่น ปัจจุบันสั่งทำได้ตามร้านบายศรีทั่วไป

ถาม: บายศรีเปิดทรัพย์คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ตอบ: บายศรีเปิดทรัพย์เป็นชื่อเรียกเชิงการค้าของชุดบายศรีเทพหรือบายศรีพรหมขนาดใหญ่ที่นิยมสั่งใช้ในพิธีบวงสรวง เปิดร้าน เปิดสำนักงาน และพิธีขอโชคลาภ ราคาโดยประมาณเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนชั้น ขนาด และความประณีต ควรสั่งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน

ถาม: บายศรีตีเป็นเลขเด็ดได้ไหม ตอบ: บายศรีเป็นพิธีเรียกขวัญที่มุ่งเรื่องขวัญและกำลังใจเป็นหลัก ไม่ได้ใช้ตีเป็นเลขเด็ดเหมือนการทำนายฝันหรือการจุดธูป แต่ผู้ที่สนใจความเชื่อเรื่องตัวเลขมักมองจำนวนชั้นบายศรีอย่าง 3 5 7 และ 9 เป็นเลขมงคลของงานมงคล หากจะนำไปใช้เป็นแนวทางก็ควรถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลและไม่ทุ่มเทเกินความพอดี

บทสรุป: ทำไมบายศรีสู่ขวัญจึงยังสำคัญกับคนไทย

บายศรีสู่ขวัญไม่ใช่เพียงพิธีกรรมในตำรา หากเป็นภูมิปัญญาที่คนไทยใช้ดูแลหัวใจกันมาแต่โบราณ ตั้งแต่ไข่ขวัญบนยอดบายศรีที่แทนความห่วงใยผู้เจ็บป่วย ด้ายเส้นเล็กที่ผูกด้วยคำอวยพร ไปจนถึงดอกบัวตูมที่บอกเราว่าบางสิ่งต้องค่อย ๆ คลี่บาน ไม่เร่งรัด การเข้าใจที่มาและความหมายของบายศรีจึงทำให้เราจัดพิธีได้อย่างมั่นใจ ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ที่เหมาะกับวิถีชีวิตปัจจุบัน

หากบทความนี้เป็นประโยชน์ หรือกำลังเตรียมจัดพิธีให้คนที่รัก อย่าลืมว่าธรรมเนียมปฏิบัติตามความเชื่อของครอบครัวนั้นปรับได้เสมอ ขอเพียงมีความตั้งใจดีและคำอวยพรที่จริงใจ พิธีเล็ก ๆ ในบ้านก็เป็นมงคลได้เต็มที่เช่นกัน ศึกษาเคล็ดลับความเชื่อไทยเรื่องอื่น ๆ ต่อได้ที่หมวดพิธีกรรมของเรา ทั้งจุดธูป 9 ดอก หมายถึงอะไร ขั้นตอนไหว้พระพรหมที่ถูกต้อง และพิธีลอยอังคารสำหรับทำความเข้าใจพิธีในโอกาสต่าง ๆ ครบทุกเรื่อง

แหล่งอ้างอิง

  1. ประเภทและลักษณะของบายศรี — สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
  2. บายศรีภาคกลาง — สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
  3. บายศรีภาคเหนือ — สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
  4. พิธีบายศรีสู่ขวัญ — ฐานข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม — กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
  5. พิธีบายศรีสู่ขวัญ — วิกิพีเดียภาษาไทย
  6. การทำบายศรี — ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

แชร์บทความนี้

LINEFacebook
โฆษณา
KEEP READING

ยังมีเรื่องน่าอ่านอีก

อ่านพิธีกรรมทั้งหมด
โฆษณา

ค้นหาทั้งเว็บไซต์

พิมพ์คำค้นภาษาไทยได้เลย เช่น “งู”, “ฤกษ์แต่งงาน”, “สีมงคล”